ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(webpage) 200981_55956.gif

 

(webpage) 200981_55956.gif

 อารัมภบท       

       สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ พอดีผมนึกขึ้นได้ว่าผมเคยมีเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับตำราการสร้างพระพุทธรูปของคนในสมัยโบราณที่ยึดถือกันมา ซึ่งผมคิดว่าเกร็ดความรู้นี้มีประโยชน์อย่างมากที่สมควรนำมาเผยแพร่ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ทราบ จะได้ไม่ตกหล่นสูญหายจนลืมกันไปในที่สุด และคิดว่าหลายท่านอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน จึงขอนำมาถ่ายทอดให้ศึกษากันครับ

       ตำราการสร้างพระพุทธรูปนี้ นำมาจากหนังสือพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพอำมาตย์โท หลวงสรรค์โกสิยพัตร์(เพิ่ม สุขัษเฐียร) รองอำมาตย์โท ขุนบริบาลธัญผล(ม.ล.สนิท ปัทมสิงห์ ณอยุธยา) วันที่ ๘ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๔๗๑ ณ เมรุวัดจักรวรรดิ์ ราชาวาศ ผมจึงขอกราบขอบพระคุณญาติมิตรทุกๆท่านของท่านผู้ล่วงลับที่มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังสือนี้และขอประทานอนุญาตนำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยความเคารพอย่างสูง

       ตำราการสร้างพระพุทธรูปที่ท่านจะได้ศึกษาต่อไปนี้ ผมได้ตัดตอนคัดลอกมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและได้ตรวจทานอักษรถูกต้องตรงกับต้นฉบับแล้ว ส่วนท่านจะเข้าใจหรือไม่ เพียงใดนั้น โปรดจงพิเคราะห์ดูตามความสามารถแห่งตนเถิด

 ด้วยจิตคารวะ

 www.amuletsale4u.com

 เนื้อความ

        ถ้าจะสร้างพระพทธรูป น่าตักแต่สามศอกขึ้นไป ให้เอาส่วนนั้นตั้งขึ้นแต่พระบาทล่าง ถึงพระจุไรเป็นกำหนด ถ้าจะไขขึ้นหน่อยหนึ่งให้เอาจดหว่างพระขนง แม้นพระเจ้าองค์ย่อมให้เอาจดปลายพระนาสิกจึงจะเห็นทรงสูง แล้วให้เอาส่วนพระภักตร์ ขวางพระอุระให้จดปลายนมทั้งซ้ายขวาแล้ว ให้เอาส่วนพระภักตร์สอบแต่บั้นพระองค์ถึงพระสอเปน ๓ ส่วน ไขออกส่วนละนิ้ว แล้วให้เอาส่วนพระภักตร์ ๒ ส่วนกึ่งขวางพระพาหา แล้วให้เอาส่วนพระภักตร์ใส่โดยหน้าเสมอหลังมาจดนมจงได้ แล้วให้ปันส่วนพระหัตถ์พระกรทั้ง ๓ ท่อน เอาส่วนพระภักตร์เข้าสอบส่วนต่อส่วน แล้วให้เอาส่วนพระภักตร์วางแต่สดือออกไปจงได้เสมอพระบาท แล้วให้เอาส่วนพระพักตร์ ตั้งแต่พระบาทขึ้นมาจงได้เสมอพระหัตถ์ อนึ่งให้ทำพระภักตร์เปน ๓ ส่วน เอาส่วนหนึ่งนั้นขวางเป็นพระโอฐ อนึ่งให้สอบเอาแต่พระนาสิกมาเสมอพระหณุ ขวางลงเป็นผ้าสังฆาฏิ แล้วให้ทำพระภักตร์เป็น ๓ ส่วน เอาส่วนหนึ่งตั้งขึ้นแต่พระจุไรจงสูงเสมอเส้นพระศก แล้วให้เอาส่วนนั้นหยั่งตั้งแต่พระเกษมาลาออกมาจงตรงพระจุไร แล้วให้เอาส่วนนั้นตั้งขึ้นไปเป็นวงทรึก แล้วให้เอาดวงพระภักตร์ไขสน่อยเป็นพระรัศมี อนึ่งให้ปันคลองพระเนตร์เป็นสี่ส่วน ไว้หัวตาส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นตาดำ สองส่วนเป็นหางตา ถ้าจะทำพระบาทแต่ส้นตลอดปลายนิ้ว ให้เอาส่วนพระภักตร์ พระกรรณก็เอาส่วนพระภักตร์ แต่ลดเสียพอสมควร อนึ่งท่านห้ามมิให้ไขน่าตักตั้งขึ้น ขาดส่วนดวงพระเนตร ว่าแพ้ช่าง แล้วมิให้ปลายพระนาสิกตกดิ่งตรงพระอุระ ว่าสมภารเจ้าวัดมิสบาย ให้ตกตรงฝ่าพระหัตถ์จึงสำรวมงาม อนึ่งให้แบ่งพระภักตร์เป็นสามส่วน ไว้พระนลาดส่วนหนึ่งจดพระขนง แต่ใต้เหลี่ยมพระขนงลงมาถึงลูกพระนาสิกเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไขสน่อย แต่พระนาสิกมาจดพระโอฐพระหณุเป็นส่วนหนึ่ง แม้นพระปธมพระยืนก็ให้ใช้ส่วนดุจกัน แต่ให้ดวงพระภักตร์ยาวออกไว้ แล้วให้เอาดวงพระภักตร์สอบลงไปตั้งแต่ใต้พระหณุ ถึงฝ่าพระบาทให้ได้หกส่วน แต่ให้ไขออกไว้บ้าง ถ้าเป็นพระทรงเครื่องก็ให้ไขเจ็ดส่วนมากออกกว่าทรงไตร จึงจะเห็นทรงสูงงาม ฯ

       ถ้าจะทำดีบุกประสมใช้ติดสิ่งของ ให้เอาชินบาทหนึ่ง บริสุทธิตำลึงหนึ่ง สังกะสีสองสลึง ติดด้วยน้ำประสานดีบุกมั่นแล ฯ

       ถ้าจะหุงน้ำมันเขียวทากระดาดเงิน ให้เอาน้ำมันยางใส ๓ ทะนาน กระวาน ๑ สักขี ๑ ผิวมกรูด ๑ กะเทียม ๑ ยางสน ๑ หุงอย่างปลึกละลายเขี้ยวตั้งแช่ใช้ ฯ

       น้ำมันเหลืองให้เอาน้ำมันยาง ๓ ทะนาน กระวาน ๑ สักขี ๑ ผิวมะกรูด ๑ กะเทียม ๑ รง ๑ พริกเทศ ๑ น้ำมันปลาถ้วยชา ๑ ฯ

       ลิ้นจี่ให้เอากาว ๑ สารส้ม ๑ เปลือกมะไฟ ๑ เปลือกโลด ๑ ครั่งชั่ง ๑  คั้นนอนกล้ำเอาน้ำใสหุงด้วยชามตั้งกลางกะทะน้ำร้อน ฯ

--------------------

ส่วนพระเจ้าองค์ย่อม

ความเข้าใจตามตำรา ฯ

--------------

       ๑. ส่วนสูงแต่พระบาทล่างจดปลายพระนาสิก(เท่ากว้างของน่าตัก)

       ๒. ส่วนพระภักตร์ ขวางพระอุระจดปลายนมทั้ง ๒ ข้าง

       ๓. แต่บั้นพระองค์ถึงพระสอเป็น ๓ ส่วนพระพักตร ไขออกส่วนละนิ้วสำหรับพระน่าตัก ๓ ศอก

       ๔. พระภักตร ๒ ส่วน กึ่งขวางเป็นพระพาหา(โคนแขนทั้ง ๒ ข้าง)

       ๕. หนาแต่หลังทลุจดนมเท่าส่วนพระภักตร

       ๖. ปันส่วนพระหัตถ์,พระกร,ทั้ง ๓ ท่อน เอาส่วนพระภักตรเข้าสอบส่วนต่อส่วน

       ๗. ส่วนพระภักตรวางแต่สดือออกไปจงได้เสมอพระบาท

       ๘. แล้วให้เอาส่วนพระภักตรตั้งแต่พระบาทขึ้นมาจงได้เสมอพระหัตถ์(วางพระหัตถ์เสมอสดือ)

       ๙. ให้ทำพระภักตรเป็น ๓ ส่วน เอาส่วน ๑ นั้นขวางเป็นพระโอฐ

       ๑๐. ให้สอบเอาแต่พระนาสิกมาเสมอพระหณุขวางเป็นผ้าสังฆาฏิ

       ๑๑. ให้ทำพระภักตรเป็น ๓ ส่วน

                   ก) เอาส่วนหนึ่งตั้งขึ้นแต่พระจุไรจงสูงเสมอเส้นพระศก

                   ข) ให้เอาส่วนนั้นหยั่งแต่พระเกษมาลาออกมาจงตรงพระจุไร

                   ค) ให้เอาส่วนนั้นตั้งขึ้นเป็นวงทรึก(วงจุไร)

       ๑๒. ให้เอาดวงพระภักตรไขสน่อยเป็นพระรัศมี (?)

       ๑๓. ให้ปันคลองพระเนตรเป็น ๔ ส่วน ไว้หัวตาส่วน ๑ ส่วนหนึ่งเป็นตาดำ ๒ ส่วนเป็นหางตา

       ๑๔. พระบาทแลส้นตลอดปลายนิ้ว ให้เอาส่วนพระภักตร

       ๑๕. พระกรรณก็เอาส่วนพระภักตร แต่ลดเสียพอสมควร

       ๑๖. ปลายพระนาสิกตกดิ่งตรงฝ่าพระหัตถ์จึงเห็นสำรวมงาม ห้ามมิให้ตกดิ่งตรงพระอุระ ว่าสมภารเจ้าวัดมิสบาย (คือไม่ให้เส้นดิ่งถูกอก)

       ๑๗. ให้แบ่งพระภักตรเป็น ๓ ส่วน

                 ก) ไว้พระนลาดส่วน ๑ จดพระขนง

                 ข) แต่ให้เหลี่ยมพระขนงลงมาถึงลูกพระนาสิกเป็นส่วน ๑ แต่ไขสน่อย

                 ค) แต่พระนาสิกมาจดพระโอฐพระหณุเป็นส่วน ๑

--------------

       พระนอนพระยืนใช้ส่วนดุจกัน แต่ให้ดวงพระภักตรยาวออกหน่อย และให้เอาดวงพระภักตรสอบลงไปตั้งแต่ใต้พระหณุถึงฝ่าพระบาทให้ได้ ๖ ส่วนแต่ให้ไขออกไว้บ้าง ถ้าเป็นพระทรงเครื่องก็ให้ไข ๗ ส่วนมากออกไปกว่าทรงไตร จึงจะเห็นทรงสูงงาม

       ถ้าจะหุงน้ำมันปิดทองกำมะลอ และละลายเครื่องเขียนไซร้ ให้เอาน้ำมันยางใส่ทะนาน ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ยางแต้ว ๑ ยางมะขวิด ๑ หนังกระเบน ๑ พุงปลาม้า ๑ สนเหนือ ๑ สักขี ๑ น้ำมันพิมเสน ๑ พริกชี้ฟ้าสด ๑ รักดีหน่อย ๑ หุงกับโถตั้งกลางกะทะทราย ๓ วันใส่ไฟแต่สมควร ฯ

       ทำเงินดำให้เอามาศซัดชินให้เป็นผงแล้วบดใช้ ฯ

       ถ้าจะผสมทองอ่อน ให้เอาเงินส่วน ๑ ทอง ๒ ส่วนกวนกันใช้ ฯ

       อีกอย่างหนึ่งให้เอาเงิน ๒ ส่วน ทองส่วนหนึ่ง ทำดุจกัน

       ผิว์จะใช้สีต่างๆในกำมะลอให้วิเศษ ให้หาก้อนแร่ต่างๆที่ยีกินกับน้ำมันมาเลือกใช้เอาเถิด ฯ

       ถ้าจะละลายทองให้กวนกับน้ำผึ้งให้ละเอียด แล้วล้างน้ำให้หมด จึงเอายางไทรใส่น้ำอ้อยกวนกับทอง เขียนแล้วขัดด้วยโมรา ฯ

       ผิว์จะทำนากให้เอาบริสุทธิ ๑ บาท สังกะสี ๑ บาท ปรอด ๑ บาท ผักปราบ ผักเบี้ยใหญ่ หน่อไม้ไผ่ บิดเอาน้ำเป็นยากวนให้กินกัน แล้วใส่เบ้าขลุบสุมไฟแกลบ ๑ วันเอาออกดู ถ้าเป็นนวนจึงเอา ถ้าไม่เป็นนวนให้สุมไปใหม่ เข้าทองแดงบาทละ ๒ ไพ แล้วหล่อน้ำส่าเหล้ากับใบผักกะชับ เถาลำแพน เปลือกสัปรศ ฯ

       ครั้นหล่อรูปพรรณ์แล้ว จึงเอาผักโหมทั้ง ๓ มาตำคลุกอีก ๓ ส่วน เกลือส่วน ๑ แล้วเอาปรอดทารูปพรรณ์เอายานี้พอก สุมไฟแกลบพอสมควรจึงขึ้นสีนากสุกงาม ฯ

       ผิว์จะผสมเนาวโลหะ เอาชิน ๑ บาท จ้าว ๒ บาท เหล็ก ๓ บาท บริสุทธิ ๔ บาท ปรอด ๕ บาท สังกะสี ๖ บาท ทองแดง ๗ บาท เงิน ๘ บาท ทองคำ ๙ บาท ฯ

       ถ้าสัตตโลหะ เอาจ้าว ๑ บาท เหล็ก ๒ บาท ปรอด ๓ บาท สังกะสี ๔ บาท ทองแดง ๕ บาท เงิน ๖ บาท ทองคำ ๗ บาท ฯ

       ปัญจโลหะ เอาเหล็ก ๑ บาท ปรอด ๒ บาท ทองแดง ๓ บาท เงิน ๔ บาท ทองคำ ๕ บาท ฯ

       ถ้าจะเขียนทองแดงทองเหลืองใช้อย่างจีน ให้ฝนนอนกล้ำตากให้แห้ง จะเขียนด้วย ยาง,น้ำมัน,ก็ตามแต่จะเขียน จึงเอาทองผงนั้นโรยกวาดไป แล้วประสานด้วยเครื่องเขียน ฯ

       ถ้าจะผสมสังกะสีอย่างมั่งกะหล่า เอาชิน ๑ บาท สังกะสี ๑๐ บาท หลอมให้กินกัน แล้วจึงหล่อรูปพรรณ์แต่งตัวฝังลายแล้ว เอาส้มมะขามเปียก ๑ เกลือ ๑ มาศ ๑ ดินประสิว ๑ ต้มแช่ไว้ให้หลายวันดำดี ฯ

-----------------

       หนังสือตำราสร้างพระพุทธรูปนี้ เจ้าของตำราให้ขอประทานโทษต่อท่านผู้ได้รับไป ด้วยเห็นว่าสั้นและย่อมาก แต่เห็นว่าเป็นตำราอันควรแก่ประโยชน์ที่พึงทราบไว้ จึงอยากให้พิมพ์เป็นหนังสือถาวรต่อไป จึงขออภัยมาในที่นี้ด้วย.

จบ

www.amuletsale4u.com

ยึดมั่นบริการด้วยความซื่อสัตย์ รวดเร็วและจริงใจ


(webpage) 200981_55956.gif