ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(webpage) 200981_55956.gif

พระนางพญา กรุโรงทอ พิษณุโลก

เชียร ธีรศานต์ อดีตเซียนพระอาวุโส ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว เคยกล่าวไว้ว่า พระนางกรุโรงทอ เป็นพระที่ชาวพิษณุโลกรู้จักกันดี นิยมใช้เคียงคู่กับพระกรุวัดนางพญาที่ถูกจัดอยู่ในพระชุดเบญจภาคีอันโด่งดัง 

 

       "อาเชียร" กล่าวว่า สมัยก่อนมีพ่อค้าไม้คนหนึ่งนิยมซื้อพระนางพญามาก แต่แม่บ้านของเขากลับแขวนพระนางกรุโรงทอ สอบถามได้ความว่า ชอบมากกว่าพระกรุวัดนางพญา ทั้งๆที่เขาก็มีอยู่หลายองค์เมื่อถามถึงเหตุผลก็ตอบเพียงสั้นๆว่าใช้แล้วดีมีความอุ่นใจมาก 

       จากหนังสือ พระเครื่องเมืองเหนือ ได้เขียนถึง พระนางพญากรุโรงทอหรือกรุวัดโพธิญาณ ว่าเป็นพระเนื้อดินเผา สีพิกุล สีแดง สีแดงคล้ำ สีเขียว และสีดำ เนื้อมีหลายชนิด ได้แก่ เนื้อดินนุ่ม แข็งแกร่ง และเนื้อผงใบลานเผาสีดำ พุทธลักษณะ เหมือนกับพระกรุวัดนางพญา คือ นั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย เข่าใน พระกรข้างขวาทอดตรงลงมา พระกรข้างซ้ายหักได้ฉาก พระกรรณแบบบายศรี ผ้าสังฆาฏิปรากฏเด่นชัด ปีกกว้าง อยู่ห่างจากองค์พระมาก เม็ดแร่หยาบ และฐานสูงหนานูนเด่นเป็นพิเศษ แตกต่างจากพระกรุวัดนางพญา ด้านข้างตัดด้วยผิวไม้ไผ่ (ตอกตัด) หลังเรียบ และมีรอยนิ้วมือ ขนาดกว้าง ๒ ซม. สูง ๒.๕ ซม. ขุดได้จากวัดโพธิญาณ พุทธคุณดีเยี่ยมในด้านคงกระพันชาตรี 

       พระนางพญากรุโรงทอ หรือ กรุวัดโพธิญาณ ขุดพบในบริเวณที่ทางราชการทหารได้สร้างโรงงานทอผ้าบริเวณวัดโพธิญาณ ปัจจุบันโรงงานทอผ้านั้นได้เลิกกิจการไปแล้ว และทางราชการได้สร้างเป็นสวนสาธารณะขึ้นแทนที่ พระนางพญากรุนี้จึงมีชื่อเรียกว่า กรุวัดโพธิญาณ หรือ กรุวัดโพธิ์ หรือกรุโรงทอ มีความนิยมรองลงมาจากพระกรุวัดนางพญาที่ถือเป็นพระอันดับหนึ่งของเมืองพิษณุโลก พระนางพญากรุโรงทอ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ไม่มีหู กับ พิมพ์มีหู เนื้อพระกรุนี้มีส่วนผสมของกรวด คล้ายกับพระกรุวัดนางพญา จัดว่าเป็นพระเนื้อพิเศษ ด้านข้างมีรอยตัดทุกองค์ ที่เรียกว่า ข้างตอก (ตัด) เนื่องจากพุทธลักษณะพิมพ์ทรงองค์พระของพระกรุวัดนางพญา กับ พระนางกรุโรงทอ มีความคล้ายคลึงกันมาก และเนื้อพระก็ยังคล้ายกันอีก จึงมีปัญหาว่า พระทั้ง ๒ กรุนี้ กรุไหนมีอายุการสร้างก่อนกัน หรือสร้างในสมัยเดียวกัน ?

 

       ในหนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ฉบับที่ ๑๔ มุจลินทร์ สุขเสรี ได้เขียนเรื่อง พระนางพญา กรุวัดโพธิญาณไว้ว่า

      

       ในราวปี๒๔๘๐ขณะที่คนงานกำลังปรับเนินดินซากพระเจดีย์ และพระวิหารเก่าบริเวณด้านเหนือของวัดโพธิญาณเพื่อสร้างโรงงานทอผ้า(ของทหาร) คนงานได้ขุดพบพระเครื่องพิมพ์ต่างๆจำนวนมาก เช่น พระพิมพ์นางพญา พระซุ้มเรือนแก้วว่านหน้าทองพระมารวิชัยซุ้มเส้นคู่และพระท่ามะปรางค์ฯลฯ พระดังกล่าวนี้ได้ชื่อว่าพระกรุวัดโพธิญาณหรือพระกรุโรงทอ ทั้งนี้คงถือเอาการสร้างโรงงานทอผ้าจนเป็นเหตุให้มีการขุดพบพระดังกล่าวก็ได้ 

       ต่อมาในปี ๒๕๐๕ ทหารในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชฝั่งตะวันตก ตรงข้ามกับวัดโพธิญาณ ได้ขุดพบพระนางพญาในกองอิฐประมาณ๖๐องค์ เป็นพระที่มีลักษณะเนื้อและพิมพ์ทรง เช่นเดียวกับพระนางพญาวัดโพธิญาณทุกประการ สันนิษฐานว่า กรมทหารแห่งนี้คงจะมีสภาพเป็นวัดเก่ามาก่อน แต่ร้างไปนานแล้ว และได้มีการนำพระนางพญา วัดโพธิญาณ มาบรรจุกรุไว้

 

       ความเป็นมาของ วัดโพธิญาณ หนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ฉบับเดียวกันนี้ได้กล่าวไว้ว่า...วัดนี้เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ วัดโพธิ์ ยังไม่อาจสืบประวัติได้แน่นอนว่า สร้างขึ้นในสมัยใด? ใครสร้าง? แต่สันนิษฐานจากโบราณวัตถุที่ขุดพบเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ก็ได้ความว่า สร้างในราวต้นสมัยอยุธยา ต่อมาวัดนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดโพธิญาณ สถานที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จ.พิษณุโลก ติดกับลำแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันตก ติดกับโรงงานทอผ้าทางด้านใต้ ถนนเข้าวัดแยกจากถนนเอกาทศรถไปประมาณ ๑๐๐ เมตร

 

       พระนางพญา กรุวัดโพธิญาณ (กรุโรงทอ) เป็นปฏิมากรรมในสกุลช่างสมัยอยุธยา มีอายุการสร้างใกล้เคียงกับ พระกรุวัดนางพญา คือ ประมาณ ๔๐๐ ปี ในหนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ดังกล่าวได้ลงภาพ พระนางพญากรุโรงทอ ที่ชนะการประกวดพระ ณ จ.ชลบุรี เมื่อปี ๒๕๑๑ เอาไว้ด้วย แสดงว่า พระนางพญากรุโรงทอ นี้ได้รับความสนใจมานานแล้ว ปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๘) ก็ไม่ต้องพูดถึง ความนิยมชมชอบมีมากเป็นทวีคูณ ยิ่งพระกรุวัดนางพญา หายากและมีราคาแพงมาก นักสะสมพระที่ชาญฉลาด จึงหันมาให้ความสนใจ พระนางพญากรุโรงทอกันมากขึ้น เพราะในชั่วโมงนี้ต่างมีความมั่นใจว่า พระนางพญา ทั้ง ๒ กรุนี้ มีพุทธคุณเหมือนกัน และสร้างโดยคนเดียวกันคือ *พระวิสุทธิกษัตรี พระราชมารดาของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช*

  แล่ม จันท์พิศาโล

 ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

 

 

(webpage) 200981_55956.gif