ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  
iv style="display: none;">edf40wrjww2tContent:Content_Data

 


พระปิดตาหลวงปู่ปล้อง วัดหลุมดิน จ.ราชบุรี

       วัดหลุมดิน   สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ต่อมาท่านผู้หญิงอิ่ม  บุนนาค  ได้มาพบวัดหลุมดินในสภาพเป็นวัดร้าง  จึงได้สร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระราชทานวิสุงคามสีมาให้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2427  และพระราชทานนามใหม่ว่า " วัดสุรชายาราม" เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ  หลักฐานทางโบราณคดีได้แก่ พระอุโบสถ  พระเจดีย์  พระปรางค์  ศาลาการเปรียญ ปัจจุบันมีพระมงคลญาณมุนีเป็นเจ้าอาวาสและเป็นเจ้าคณะตำบลหน้าเมือง (ธรรมยุต)

       หลวงพ่อปล้อง สุลีโล หรือพระครูธรรมภินันท์แห่งวัดหลุมดิน ผู้สร้างพระปิดตาอันลือลั่น ท่านเป็นชาวราชบุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2419 บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดหลุมดิน (วัดสุรชายาราม) เมื่อพ.ศ. 2437 จนอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหลุมดิน โดยมีพระพุทธวิริยากร(จิตร) วัดสัตนารถปริวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์   หลวงพ่อปล้องท่านมีความรู้แตกฉานทั้งไทยและบาลี  โดยได้ศึกษากับพระวินัยธร (เบี้ยว) วัดท่าโขลง ทั้งยังเชี่ยวชาญวิปัสสนากรรมฐาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ต่อมาได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดหลุมดิน เมื่อ พ.ศ.2488 และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระครูธรรมภินันท์ เมื่อวันที่ พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 หลวงพ่อปล้องมรณภาพ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2488 รวมอายุได้ 66 ปี 45 พรรษา 

       พระปิดตาหลวงพ่อปล้องวัดหลุมดิน จ.ราชบุรี เริ่มสร้างประมาณปี พ.ศ. 2471 ระหว่างการสร้างศาลาการเปรียญ ลักษณะเป็นพระนั่งปิดทวารทั้ง หล่อด้วยเนื้อเมฆพัตร ทองผสม และเนื้อเมฆสิทธิ์ (จำนวนน้อยมาก) แบ่งเป็นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก  ต่างกันที่ขนาดและน้ำหนักเพียงเล็กน้อย พุทธคุณกระเดื่องเลื่องลือมาตั้งแต่ยุคสงครามอินโดจีน (2483) หลวงพ่อปล้องและภิกษุสามเณรในวัดหลุมดินระดมกำลังช่วยกันหล่อพระปิดตาทั้งกลางวันกลางคืน มีผู้มีจิตศรัทธาเดินทางไปขอพระเป็นจำนวนมาก ทั้งข้าราชการ ทหารตำรวจและประชาชนต่างเมืองที่ได้ยินกิตติศัพท์ความเข้มขลังต่างก็อยากได้พระไว้เพื่อป้องกันอันตราย จนสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัตรไม่ทันกับความต้องการ ทำให้หลวงพ่อต้องพิมพ์รูปพระปิดตาลงบนผืนผ้าประเจียดปลุกเสกแล้วแจกให้ไปแทนพระปิดตาเพื่อสนองต่อความต้องการ วัตถุมงคลของขลังหลวงพ่อปล้องท่านเมตตาแจกฟรีทุกชิ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คนไทยในยุคนั้น

       องค์พระปิดตาส่วนใหญ่ผ่านการตะไบแต่งสวยงามเรียบร้อย หลวงพ่อลงจารอักขระด้วยตัวท่านเอง มีส่วนน้อยที่ไม่ได้จาร ซึ่งเป็นพระที่สร้างในช่วงหลังตอนที่หลวงพ่อเริ่มเป็นอัมพฤกษ์  นอกจากพระปิดตานั่งลอยองค์แล้ว ยังมีพระปิดตาพิมพ์ครึ่งซีก เรียกว่า"พระปิดตาจักจั่น" แต่มีจำนวนน้อยกว่า

        เนื้อหาของพระปิดตาหลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน ส่วนใหญ่ เป็นพระเนื้อเมฆพัตร ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "หนึ่งในห้าพระปิดตาเมฆพัตร" 

       สุดยอดนิยมอันดับต้นๆของวงการ ซึ่งได้แก่

                    1.พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้

                    2.พระปิดตาหลวงปู่ดี วัดบ้านยาง 

                    3.พระปิดตาหลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน

                    4.พระปิดตาหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก

                    5.พระปิดตาหลวงพ่อชม วัดบางปลา  

       นอกจากพระปิดตาเนื้อเมฆพัตรแล้ว ยังพบที่สร้างด้วยเนื้อทองผสมและเนื้อเมฆสิทธิ์ด้วย

     พระปิดตา วัดหลุมดิน เป็นพระเก่า เจตนาการสร้างบริสุทธิ์ พิมพ์ทรงมีเอกลักษณ์พุทธคุณเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป เป็นพระปิดตาเนื้อเมฆพัตรยอดนิยมและหายากของชาวราชบุรีและนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ

ปัจจุบันมีพระมงคลญาณมุนีเป็นเจ้าอาวาสและเป็นเจ้าคณะตำบลหน้าเมือง (ธรรมยุต)

 เป็นผู้มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาในด้านส่งเสริมการศึกษา ด้านสาธารณสงเคราะห์ 

 





    

พระอุโบสถ 

            ศาลาการเปรียญ วัดสุรชายารม   เป็นอาคารทรงไทยสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง  ยกพื้นสูงมีบันไดขึ้นทั้งสองข้าง  หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา  หางหงส์   หน้าบันไม้แกะสลักลวดลายกระหนกเปลวตรงกลาง เป็นรูปพระเจดีย์ประดิษฐานอยู่บนพาน  ด้านขวาของเจดีย์เป็นภาพคชสีห์   ด้านซ้ายเป็นรูปราชสีห์ ด้านล่างมีปี พ.ศ. ที่สร้างระบุไว้ว่า พ.ศ. 2471 


 

       ศาลาการเปรียญอีกมุมหนึ่งภายในศาลาการเปรียญบริเวณไม้คอสองมีภาพจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์เป็นภาพพุทธประวัติ

 

 


   

       หอระฆัง วัดสุรชายาราม  ตั้งอยู่ภายในกำแพงแก้ว  ด้านหน้าพระอุโบสถมุมทางด้านเหนือ  เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบหอกลางในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ยกพื้นสูง  บันไดขึ้นด้านหน้ามีซุ้มโปร่งทั้ง ด้าน  หลังคาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ชั้นบนมีระเบียง 

 

 

 

       พระเจดีย์ วัดสุรชายาราม  ตั้งอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถในเขตกำแพงแก้ว  เป็นเจดีย์มุมสององค์  ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนระฆังกลม  มีฐานมีกำแพงแก้วเตี้ยล้อมรอบ   องค์หนึ่งทำเป็นฐานสี่เหลี่ยม   องค์หนึ่งทำเป็นฐานกลม  ท่านผู้หญิงอิ่ม  บุนนาค   ภริยาท่านเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์  สร้างขึ้นทั้งสององค์ 

       พระเจดีย์ วัดสุรชายาราม  ตั้งอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ  ในเขตกำแพงแก้ว  เป็นเจดีย์มุมสององค์  ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนระฆังกลม  มีฐาน มีกำแพงแก้วเตี้ยล้อมรอบ   องค์หนึ่งทำเป็นฐานสี่เหลี่ยม  องค์หนึ่งทำเป็นฐานกลม  ท่านผู้หญิงอิ่ม  บุนนาค  ภริยาท่านเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์   สร้างขึ้นทั้งสององค์

 

 

       พระปรางค์ วัดสุรชายาราม ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ  ลักษณะรูปแบบเป็นพระปรางค์สมัยรัตนโกสินทร์ก่ออิฐถือปูน  รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีซุ้มเรือนแก้วทั้ง ด้าน หลังคาของเดิมมีช่อฟ้า ใบระกา   หางหงส์ ส่วนยอดประดับด้วยนพศูลหรือฝักเพกา   สวยงาม  แต่ชำรุดทรุดโทรม  ทางวัดจึงได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งองค์ 

 www.amuletsale4u.com