ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(webpage) 200981_55956.gif

 

 

จากกรุสู่วงการพระ

พระพิมพ์หรือพระเครื่องที่เป็นประเภทพระกรุ พระเก่าชนิดต่างๆนั้น เมื่อมีการสร้างแล้วก็ได้นำบรรจุกรุไว้ในที่ต่างๆกัน ตามเจดีย์บ้าง ตามฐานพระประธานบ้าง แต่ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นการสร้างแล้วบรรจุไว้ในเจดีย์ ตามโบราณสถาน เช่นที่ จ.อยุธยา ลพบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี นครปฐม ฯลฯ การที่พระเครื่องเหล่านั้นจะออกมาสู่ประชาชนทั่วไปนั้นก็ต้องมีสาเหตุแห่งการนำออกมา ซึ่งจะขอกล่าวแยกเป็นหัวข้อ เท่าที่ได้ปรากฏกันมาดังนี้

 

 

 

การลักลอบขุดค้นทำลายโบราณสถาน ยังมีต่อๆเรื่อยมาในขั้นแรกที่ยังไม่มีผู้นิยมสะสมพระพุทธรูปบูชาพระพิมพ์ พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ ก็ขุดค้นหาแก้วแหวนเงินทอง เมื่อผู้นิยมสะสม พระพุทธรูปบูชา พระพิมพ์มีค่าสูงขึ้น บุคคลเหล่านี้ก็ขุดค้นทำลายโบราณสถานเสียมากต่อมาก แต่ที่ร้ายกาจและน่าสังเวชมากที่สุดได้แก่ พวกมิจฉาชีพประเภทลักลอบ ตัดเศียรพระ พระกร พระพุทธรูปตามพระอุโบสถและวิหาร ทำให้เกิดความสังเวชสลดใจแก่พุทธศาสนิกชนที่ได้พบเห็นหรือทราบข่าวโดยทั่วไป พวกที่รับซื้อก็มักจะเป็นชาวต่างประเทศที่มิได้นับถือศาสนาพุทธเมื่อได้พระเศียร พระกร หรือส่วนต่างๆขององค์พระพุทธรูป ก็เอาไปตั้งในที่ไม่สมควร เช่น ทำเป็นปุ่มหัวบันได หรือตั้งโฆษณาสินค้าที่ไม่สมควรเป็นที่กระทบกระเทือนใจชาวพุทธ เคยมีหนังสือพิมพ์ลงข่าวประท้วงอยู่บ่อยๆ

 


3.การขุดค้นทางวิชาการ

ในการเขียนเรื่องการขุดค้นโบราณสถานทางวิชาการนั้น ผู้เขียนเป็นแต่เพียงสนใจศึกษางานทางโบราณคดี โดยทางเอกสารที่กรมศิลปากรและคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้น ฉะนั้นจะไม่กล่าวถึงการขุดพบทางวิชาการในด้านเทคนิคว่ามีวิธีการอย่างไรแต่จะกล่าวให้ทราบว่า ตามปกติ การค้นโบราณสถานเป็นหน้าที่ของกรมศิลปากร ซึ่งมักจะร่วมด้วยคณาจารย์และนักศึกษา คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร บางครั้งชาวต่างประเทศหรือผู้สนใจให้ความช่วยเหลือในการให้ทุนเพื่อศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีด้วย มีปัญหาอยู่ว่า ประชาชนทั่วไปอาจไม่เข้าใจว่าในสถานที่ใดที่กรมศิลปากรควรจะเข้าขุดค้น นำโบราณวัตถุที่ค้นพบเก็บรักษาไว้หรือขุดค้นเพื่อการศึกษา ตามปกติกรมศิลปากรมีหน้าที่อนุรักษ์คุ้มครองดูแลโบราณสถาน และสงวนไว้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์มั่นคงถาวรเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ชมและศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ แต่เมื่อกรมศิลปากรดำเนินการขุดค้นโบราณสถาน ก็เนื่องมาจากมีความจำเป็นดังต่อไปนี้


(ก) โบราณสถานที่จะถูกน้ำท่วม ปรากฏว่า ทางราชการสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่บรรดาโบราณสถานวัดวาอารามที่อยู่เหนือเขื่อน เมื่อเปิดเขื่อนน้ำก็จะท่วมทั้งหมด ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ดำเนินการสำรวจและขุดค้น โบราณสถานวัดวาอารามก็จะจมน้ำสูญหายไปในที่สุด ฉะนั้น กรมศิลปากรได้ร่วมกับคณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากรดำเนินการสำรวจพระเจดีย์ที่อยู่ในเขตน้ำท่วม แล้วดำเนินการขุดค้นเพื่อรวบรวมโบราณวัตถุทรัพย์สมบัติในพระเจดีย์รักษาไว้มิให้สูญหายได้ดำเนินการในบริเวณเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เป็นต้น

(ข) ในการบูรณะโบราณสถาน เช่น การบูรณะเมืองเก่าสุโขทัยตั้งแต่ปี พ.ศ.2496 ได้พบโบราณวัตถุและกรุพระพิมพ์ชนิดต่างๆในบริเวณวัดมหาธาตุ วัดต้นจันทน์ และวัดตาเถรขึงหนัง รวบรวมพระพิมพ์ขนาดต่างๆได้เป็นจำนวนมาก กรมศิลปากรได้นำออกให้ประชาชนบูชา พระพิมพ์เป็นชุดมีพระกลีบขนุน และพิมพ์อื่นๆ นางพญาเสน่ห์จันทร์ได้เงินเป็นจำนวนถึง 800,000 บาท การบูรณะโบราณสถานเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะโบราณสถานถ้าทิ้งไว้ให้รกร้างก็จะถูกทำลายทางธรรมชาติ ต้นไม้ขึ้นรกรุงรัง ขึ้นแทรกตามโบสถ์ เจดีย์ ทำให้พังทลาย ทั้งภัยจากฝนพายุอีกด้วย ทั้งเป็นที่ให้ลักลอบขุดได้ง่าย เมื่อบูรณะตกแต่งแล้ว ย่อมง่ายแก่การควบคุมตรวจตรา ประชาชนเข้าชมศึกษาได้สะดวก เป็นแหล่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ประการสำคัญ เป็นการอนุรักษ์โบราณสถานให้มีอายุยืนยาวขึ้น

(ค) ในกรณีที่คนร้ายได้ลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุไปบ้างแล้ว เมื่อกรมศิลปากรทราบก็จะเริ่มดำเนินการขุดค้นโบราณวัตถุส่วนที่เหลืออยู่นำมาเก็บรักษาไว้ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้คนร้ายก็จะลักลอบขุดต่อ ขนโบราณวัตถุไปจนหมด การขุดค้นในกรณีเช่นนี้ เช่นที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและวัดชุมนุมสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นต้น

 

 (ง) การขุดค้นเมืองโบราณ หรือโบราณสถานที่เพิ่งค้นพบเพื่อบูรณะให้ดีขึ้นในการพบเมืองโบราณจำเป็นต้องขุดค้นรอบโบราณสถานเพื่อหาหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ เช่น ที่เมืองพระรถ จังหวัดปราจีนบุรี และที่บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี อันเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีเป็นต้น

 

 ความจำเป็นในการขุดค้นคงมีอีกหลายกรณี เท่าที่กล่าวมานี้ คงพอเป็นแนวทางให้ทราบและเข้าใจได้ว่า กรมศิลปากรจะดำเนินการขุดค้นก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเกิดขึ้น และการขุดค้นในทางวิชาการต่างกว่าการลักลอบขุดเป็นอันมาก ในการศึกษาพระพิมพ์ ท่านจะทราบผลการขุดค้นวัดราชบูรณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ว่า มีพระพิมพ์จำนวนมากเพียงไร การศึกษาวินิจฉัยพิจารณาพระพิมพ์ว่าสมัยใด มีอายุประมาณเท่าใด ผู้ใดสร้าง สร้างเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด และศึกษาได้จากหนังสือเรื่อง สร้างพระพุทธรูปและพระพิมพ์ในกรุ พระปรางค์ วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อปี 2506 ถ้าหากเป็นพวกมิจฉาชีพลักลอบขุดค้นนำไปหมด เราก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย และหนังสือเล่มนี้คงไม่มีโอกาสได้ตีพิมพ์ออกเผยแพร่เป็นแน่



 ฉะนั้นพวกมิจฉาชีพที่ลักลอบขุดทำลายโบราณสถาน โบราณวัตถุ ตัดเศียรพระ พระกร พระพุทธรูป หากบุคคลเหล่านี้จะต้องรับกรรมตามคติในพุทธศาสนา ก็สมควรจะจัดให้เข้าอยู่ในประเภททำร้ายองค์พระพุทธเจ้าให้ได้รับอนันตริยกรรมด้วย



 พระพิมพ์ก็กลายเป็นพระที่มีค่าบูชาเป็นร้อยเป็นพัน ในปัจจุบัน พระพิมพ์บางองค์ค่าบูชาเป็นหมื่นเป็นแสน สูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ค่าของโบราณวัตถุพระพุทธรูปบูชา พระพิมพ์ ยิ่งทวีค่าสูงขึ้นเท่าใด ก็เป็นการยั่วยุให้พวกมิจฉาชีพ ลักลอบขุดโบราณสถานมากขึ้นเท่านั้น การลักลอบขุดส่วนมากมักจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่อยู่ใกล้เคียงเมืองเก่า โบราณสถานต่างๆซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นวัดร้างหรือเทวาลัยร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัยและถ้าบางแห่งยังมิได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน หรือยังมิได้ดำเนินการบูรณะรอบบริเวณเป็นป่ารก ยิ่งเป็นฉากกำบังพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี บุคคลพวกนี้มีความชำนาญในการค้นหากรุโดยมิได้ร่ำเรียนทางสถาปัตยกรรมหรือโบราณคดี เมื่อพบพระเจดีย์ก็หาจุดอ่อนคือ จุดที่ไม่ต้องรับน้ำหนัก เจาะเข้าหากรุหากเป็นใต้ฐานเจดีย์ ก็จะสังเกตแผ่นอิฐและทรายปากกรุ และถ้าเป็นองค์เจดีย์เหนือพื้นดิน ก็ค้นหาตั้งแต่ยอดลงมา ลูกแก้วปลี บังลังก์ องค์ระฆัง และฐานเป็นต้น หรือซุ้มประกอบรอบองค์เจดีย์ และการที่ได้ลักลอบขุดมามากจึงเกิดความชำนาญ เพราะพบกรุหลายแห่ง จำได้ว่าที่เจดีย์แบบไหน กรุเคยอยู่ตรงไหน หากแบบเจดีย์อย่างเดียวกัน กรุก็มักจะเหมืนกันไม่พลาดไปได้

 

 การลักลอบขุดนี้มีข้อเสียหายเป็นการทำลายโบราณสถานของชาติบ้านเมือง นอกจากนี้ยังมีข้อเสียหายในทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์มาก กล่าวคือ นักโบราณคดีจะไม่เป็นผู้มีนิสัยสะสมโบราณวัตถุ พระเจดีย์ พระปรางค์ โบสถ์ วิหาร มีสภาพเดิมอย่างไรอยากให้คงสภาพเป็นอยู่อย่างนั้น หากมีการศึกษาค้นคว้าก็จะศึกษาจากสถานที่ ความเป็นมาจากสภาพภายนอก ประการสำคัญ มุ่งอนุรักษ์โบราณสถานที่สมบูรณ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง และชาวต่างประเทศที่สนใจได้ชมได้ศึกษามากกว่าอย่างอื่น พวกมิจฉาชีพที่ลอบขุดโบราณสถาน แทบทั้งหมดจะไม่ยอมบอกสถานที่ขุด กรุที่ขุดทำลายตามความเป็นจริง คอยบิดเบือนเพื่อหลีกภัยที่จะได้รับโทษตามกฎหมาย และเพื่อที่จะอ้างว่าขุดได้จากกรุใหญ่ที่อยู่ในความนิยมของนักสะสม จะได้จำหน่ายได้คล่องและในราคาสูง ยิ่งกว่านั้นเวลาลักลอบขุดมักจะเป็นเวลากลางคืนรีบร้อนและทุลักทุเลเพื่อให้ได้โบราณวัตถุที่ต้องการ เป็นการทำลายหลักฐานทางโบราณคดี ในการพิจารณาถึงการก่อสร้างสถาปัตยกรรมโบราณ ว่าสร้างกรุอย่างไร มีผนังกรุแบบใด บรรจุวัตถุโบราณทางใดประกอบ นอกกรุในกรุเป็นชั้นๆไปเพื่อคำนวณอายุ ค้นหาหลักฐานประกอบข้อสันนิษฐาน คือ ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ทางศาสนา และด้านอื่นๆอีกมาก ประการสำคัญความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นักลักลอบขุดจะทิ้งขว้างสิ่งที่ตนเห็นว่าไม่มีค่า ขายไม่ได้ ถือโอกาสทำลายหลักฐาน เช่น ไหบรรจุพระพิมพ์ เครื่องสำริดบางอย่างที่ผุพังบางส่วน เช่น เจดีย์สำริด หรือเครื่องใช้สอยต่างๆอาจเป็นแผ่นใบลาน กระดาษ หรือแผ่นไม้เก่าแก่ที่จารึกข้อความไว้ ความไม่รู้จักคุณค่าอย่างหนึ่ง และความกลัวเกรงว่าจะเป็นหลักฐานผูกมัดในด้านประพฤติผิดกฎหมายอีกอย่างหนึ่งทำให้พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ทิ้งขว้างทำลายหลักฐานอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าเป็นอันมาก



2.การลักลอบ

การลักลอบขุดโบราณวัตถุ พระพุทธรูป พระพิมพ์นี้ เป็นมิจฉาชีพและเป็นการบ่อนทำลายหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของชาติอย่างร้ายกาจ แต่เดิมเมื่อมีพระพุทธรูปบูชาพระพิมพ์ พุทธศาสนิกชนนำไปบ้าน หรือติดกับตนไว้เป็นระลึกและสักการะบูชา ครั้นต่อมาภายหลังได้มีผู้เห็นคุณค่าทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ และมีพุทธานุภาพคงกระพันชาตรีแคล้วคลาดภยันตรายและมีเมตตามหานิยม จึงเกิดมีผู้สะสมโบราณวัตถุพระพุทธรูป พระพิมพ์ขึ้น บรรดาโบราณวัตถุพระพุทธรูป พระพิมพ์ แต่ไม่มีราคาค่างวด เพียงแต่เอ่ยปากขอก็แบ่งปันกันให้ด้วยน้ำใจไมตรี ไม่มีการตีราคาซื้อขายกันแต่อย่างใด เมื่อมีผู้สะสมมากเพิ่มขึ้นพยายามหาพระพิมพ์ที่งาม มีแบบแปลก เป็นพระพิมพ์ที่มีน้อยและหายาก อยู่ในความนิยมและรู้จักของคนทั่วไป


การขุดพบพระพิมพ์

ในการขุดพบพระพิมพ์ มีอยู่หลายวิธีด้วยกันแต่จะขอแบ่งแยกออกเป็น 3 แบบ ดังหัวข้อต่อไปนี้


1.การขุดพบโดยบังเอิญ

 

เหตุที่กล่าวว่าโดยบังเอิญ เพราะแต่เดิมมิได้ตั้งใจจะขุดหาพระพิมพ์ เช่น ไปขุดดินเพื่อการเกษตร ทำนา ทำไร่ หรือปลูกเรือนทำรั้วบ้าน ทำคอกควาย เป็นต้น การขุดดินโดยบังเอิญพบกรุพระพิมพ์นี้ ส่วนใหญ่มักจะพบแผ่นหินหรือแผ่นอิฐโบราณที่ปากกรุก่อน จึงจะพบไหบรรจุพระพิมพ์ไว้ หรือก่ออิฐทำเป็นช่องบรรจุพระพิมพ์ไว้ก็มี ส่วนในบริเวณที่ทำนาทำไร่นอกจากจะขุดดินไถนา พบตามพื้นนาไร่แล้วมักจะพบตามจอมปลวกมุมคันนาหรือที่หัวไร่ปลายนา แต่บางแห่งพบคล้ายกับผู้สร้างได้หว่านพระพิมพ์ไว้ในบริเวณที่พบกล่าวคือไม่บรรจุกรุแต่มีพระพิมพ์อยู่ในพื้นดินทั่วๆไป จึงสันนิษฐานกันว่าพระเจดีย์ที่บรรจุพระพิมพ์เกิดพังลงบนองค์พระเจดีกรุแตก พระพิมพ์ก็ตกกระจายทั่วบริเวณใกล้กับพระเจดีย์ที่พังลงมาประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง ในบริเวณที่พบไม่มีร่องรอยพระเจดีย์หักพัง จึงสันนิษฐานว่า ผู้สร้างพระพิมพ์ได้หว่านไว้ในบริเวณเพื่อให้ผู้ขุดพบในอนาคตกาล จะได้นำไปสืบศาสนาสักการบูชา การพบพระพิมพ์มีผู้พบโดยบังเอิญ เช่น พบพระรอดในบริเวณลานวัดมหาวัน พบพระคงลานวัดพระคงจังหวัดลำพูนและพบพระนางพญาในลานวัดนางพญาที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นต้นการพบพระพิมพ์อย่างหนึ่งไม่ต้องขุดค้นหาก็คือการพบพระพิมพ์ดินดิบตามถ้ำผู้สร้างพระพิมพ์จะกองไว้ตามหลืบถ้ำหรือที่มองเห็นได้ง่าย บางแห่งก็อยู่ที่พื้นถ้ำ เดิมคงจะกองอยู่กับดิน ต่อมาดินและขี้ค้างคาวทับถมแต่ก็ยังมีร่องรอยให้พบเห็น การพบพระพิมพ์ดินดิบ นอกจากตามถ้ำทางภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีอยู่ตามถ้ำในเทือกเขาภูพาน เช่น ที่ถ้ำห้วยแคนอำเภอเมืองสกลนคร และถ้ำอื่นๆอีกหลายแห่ง ในจังหวัดสกลนคร

 

(webpage) 200981_55956.gif