ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  
        

ลูกสะกด ดีทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี

  ในตำรับตำราเครื่องรางของขลังไทยเรานั้นจะมีด้วยกันหลายอย่าง ๆ ที่เป็นเครื่องคาดก็จะมีตะกรุด เป็นหลัก หากไม่ใช่มหาอุดแล้วละก้อ เมื่อร้อยเข้าพวงเพื่อคาดเอวแล้ว จะต้องหาอะไรมาบังคับเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ไปมาวิธีที่ง่ายที่สุดคือ ด้วยการแก้เชือกให้เป็นปมใหญ่พอที่จะทำให้ตะกรุดไม่เคลื่อนที่แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือ การทำลูกสะกด และเป็นอย่างไรนั้นผู้เขียนจะอธิบายให้ท่านผู้อ่านได้ทราบอย่างละเอียดเลยทีเดียวในเรื่องนี้ ก่อนอื่นจะต้องพูดถึงความแตกต่างกันระหว่างลูกสะกดกับลูกอมซึ่งเป็นเครื่องรางทั้งสองอย่างนี้และพอที่จะแยกกันได้คร่าว ๆ ดังนี้

ลูกอม หมายถึงการนำเอาวัสดุต่าง ๆ ที่เหมาะสมอาทิเช่น ผงผสมตังอิ๊ว ดินเผา ผงว่านยากาฝาก บอระเพ็ด ขี้ผึ้งเทียนชัย น้ำตาเทียนเทียนชัย โลหะต่าง ๆ แต่ละอย่างเอามาตีแผ่นให้เป็นแผ่นแล้วเข้าพิธีลงเลขยันต์อักขระเวทย์มนตร์ คาถา ประจุลงเสร็จแล้วเอาไปเข้าพิธีหล่อหลอมให้ละลายเข้ากัน ซัดว่านยาแล้วเทลงไปในเบ้ากลมตามขนาดที่ต้องการเมื่อเอาออกจากเบ้าแล้วก็ต้องขัดแต่งให้กลมเกลี้ยงเรียบร้อย แล้วปลุกเสกผูกเป็นการเสร็จพิธีซึ่งพิธีที่ทำนั้น เป็นขั้นตอนและพิถีพิถันมากทีเดียว (ยกเว้นตะกรุดลูกอมที่มีรูตรงกลางอันเกิดจากการม้วนโลหะ) วัตถุประสงค์ในการใช้ก็คือ การอมไว้ในปากเพื่อป้องกันตัว

ลูกสะกด เป็นคำนามมีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานว่า ลูกประคำที่ใช้เป็นลูกคั่น มีสันฐานกลมเกลี้ยงและถ้าพูดถึงขนาดนั้นจะใหญ่กว่าหรือเท่ากับลูกอมแต่มีการเจาะรูตรงกลางเพื่อร้อยเชือกแล้วประกบหัวท้ายตระกรุดไม่ให้เคลื่อนที่หรือจะไม่เจาะรูก็ย่อมได้ไม่ผิดกติกาอันใด คราวนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงความหมายอีกอย่างหนึ่งของลูกสะกดตรงตัวที่คำว่า “สะกด” ซึ่งหมายถึงการข่มหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เคลิบเคลิ้มอยู่ภายใต้อำนาจส่วนคำว่า “ลูกสะกด” ในความหมายที่นี้หมายถึง ก้อนกรวดก้อนเล็ก ๆ ลูกอม ลูกกระสุนดินเผาหรือวัสดุอย่างอื่นที่นำมาเสกเป่าภาวนาด้วยคาถามหานิทรา แล้วขว้างข้ามหลังคาบ้านหลังคาค่าย ทำให้คนในบ้านในค่ายแม้แต่สัตว์ที่มีอยู่ในสถานที่นั้นจะหลับไหลไม่ได้สติจนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นมาในตอนเช้า

การสร้างลูกสะกดนั้น ไม่ใช่จะทำกันได้ง่าย ๆ ซึ่งจะต้องผ่ากรรมวิธีหลายขั้นตอน ในที่นี้จะกล่างถึงการทำลูกสะกดตะกั่วแบบง่าย ๆ ที่โบราณาจารย์ท่านนิยมกระทำกันมีหลักการดังต่อไปนี้

1. เอาตะกั่วนมมาหลอมจนละลาย แล้วเทลงไปบนถาดโลหะเพื่อให้แผ่เป็นแผ่นเมื่อโลหะเย็นลงแล้วก็แกะออกมา
2. เอาเหล็กจารมาลงอักขระหัวใจพระคาถาต่าง ๆ เรียกสูตรไปเขียนไปจนเต็มแผ่นหมดด้านหนึ่งแล้วพลิกอีกด้านหนึ่งมาจารจนเต็ม
3. เอาตะกั่วอันเดิมไปหลอมอีกแล้วเทลงในแบบพิมพ์เดิม เมื่อเย็นก็เอามาลงอักขระอีกครั้งหนึ่งแล้วก็หลอมอีก ทำอย่างนั้นไปเก้าครั้งเก้าหนจึงจะมาขั้นสุดท้ายกรรมวิธีนี้เรียกว่าลงถมหรือการจารอักขระทับถมไปบนแผ่นโลหะ

หากได้แบบที่เหมาะ ๆ เป็นรูปกลมหรือรูปยาวรีหลอมตะกั่วแล้วเทลงบนแบบ เมื่อเย็นแล้วแกะออกมาและตกแต่งผิวให้เรียบร้อยพร้อมเจาะรูตรงกลางจึงจารอักขระซ้ำลงไปเป็นหัวใจ จึงร้อยเชือกประกันกับตะกรุด หรือร้อยเชือกเอาไว้ให้คาดเอวเรียกว่า “ลูกสะกด” หากไม่เจาะรูก็ใช้เป็นลูกอม จะอมในปากก็ได้เช่นกัน

ลูกสะกดนี้นอกจากจะทำด้วยตะกั่วแล้วยังทำด้วยการผสมโลหะต่าง ๆ อาทิเช่น สัตโลหะ ปัญจโลหะ เมฆพัตร เมฆสิทธิ์ นวโลหะและเหล็กละลายตัว หรือแล้วแต่ท่านโบราณาจารย์ผู้ชาญฉลาดจะประดิษฐคิดแต่ทำกัน ขึ้นมาอาจจะเป็นวัตถุมงคล หรืออาถรรพณ์ต่าง ๆ ที่นำเอามาเป็นส่วนผสมพร้อมกับลงอักขระเลขยันต์จนเห็นว่าดีแล้ว
นั่นเองจึงเอามาทำเป็นลูกสะกด

ลูกสะกดนี้หากไม่ได้ใช้สะกดหัวตะกรุด จะเอามาร้อยพวงรวมกันก้ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด หรือหากจะเอาไปอมในปากเป็นลูกอมก็ไม่ติดขัดแต่ประการใดใช้ได้ทั้งนั้น เพราะเป็นของสำเร็จที่สร้างขึ้นให้ใช้ป้องกันตัว ยกเว้นลูกสะกดกับปรอทเป็นสารมีพิษต่อร่างกาย บางคนแพ้อาจจะทำให้เยื่อบุในปากและเหงือกตลอดจนคออักเสบ ลุกลามไปกันใหญ่ และอย่าลืมว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงลูกสะกดในการสะกดคนในบ้านให้หลับด้วยการโยนข้ามหลังคา เพราะเป็นวิชาโจร ซึ่งเป็นวิชาอันตรายต่อคนทั่วไป ดังนั้นสมัยโบราณทีสอนกันเขาก็ให้มีสัจจะว่า “เมื่อผ้าขาดก้นเมื่อใดก็ให้ทำครั้งหนึ่งเอาพอได้ค่าเสื้อผ้าค่าเลี้ยงดูครอบครัวและบริวารก็ให้เลิก” เรียกว่าปีหนึ่งทำครั้งเดียวและต้องเลือกเฉพาะผู้ที่มีฐานะดี
เท่านั้นจึงจะควร ถ้าผิดสัจจะพระอาจารย์ท่านเมื่อใดก็ตายลูกเดียว ทีนี้มาทำความรู้จักกับลูกสะกดของพระอาจารย์ท่านกันบ้าง เป็นลำดับดังนี้

ลูกสะกดที่มีชื่อเสียงเป็นที่โจษจรรย์กันมากก็คือ ลูกสะกดวัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม.) ลูกสะกดที่ว่านี้ทำด้วยชินผสมตะกั่ว กล่อมเป็นรูปยาวรีเจาะรูผ่านตลอด

ลูกสะกดพระอาจารย์ทับ แห่งวัดอนงคารามลักษณะกล่อมกลมหรือยาวรี หรืออาจมีสัณฐานต่างออกไปบ้างลูกสะกดของพระอาจารย์ทับมักไม่ค่อยจะเจาะรูตลอด เรพาะท่านสร้างด้วยเนื้อเมฆสิทธิ์จึงยากต่อการเจาะ เพราะเนื้อชนิดนี้เปราะและแตกสลายง่าย

ลูกสะกดที่ได้รับความนิยมเล่นหากันเป็นอย่างมากอีกอาจารย์ท่านหนึ่งก็คือ ลูกสะกดของหลวงปู่เนียมวัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ลูกสะกดของอาจารย์ท่านนี้กล่อมเป็นลูกกลม ๆ มีทั้งที่ทำด้วยเนื้อตะกั่วผสมชินและเนื้อเมฆพัด แต่มีที่สังเกตอยู่หน่อยก็ตรงที่เป็นรูสะดืออยู่ที่พอเป็นที่สังเกต

ลูกสะกดของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทก็มีอยู่เหมือนกันครับ แต่ของท่านมักจะสร้างด้วยไม้หัวรอด หัวกลอน ท่านอาจจะเอาเคล็ดของคำว่า “รอด” และหนักแน่นเหมือน “กลอน” (ที่ใช้ขัดประตู) แต่ทางจังหวัดชัยนาท มักนิยมเรียก “ลูกเครื่อง

ลูกสะกด อีกชนิดหนึ่งของหลวงปู่จันทร์ วัดใหม่โมลีโลก จังหวัดนนทบุรี ที่สร้างจากวัสดุอาถรรพณ์คือแร่บางไผ่ และ (เป็นผู้สร้างพระปิดตาแร่บางไผ่อันลือชื่อ) มีลักษณะกลมหรือรีสามารถติดแม่เหล็กได้และจะพิจารณาดูง่าย ๆ คือ สนิมจะเปียกเหมือนยางหมากเป็นแผ่น ไม่เป็นขุยหรือเป็นเกล็ดเล็ก ๆ และสนิมไม่แห้งผากเหมือนสนิมเหล็กธรรมดาทั้วไป ถ้าเนื้อเป็นเสี้ยนหรือเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ ปรากฎอยู่อย่างนั้น ท่านว่าดูง่ายมาก แต่เนื้อแร่ไผ่แท้อาจจจะไม่เป็นเสื้ยนก็ได้ ซึ่งเนื้อชนิดนั้นเรียกกันว่า “เนื้อแตง” (แตงโม) และที่สำคัญก็คือ สนิมแร่บางไผ่จะต้องเปียกฉ่ำและเป็นแผ่นไม่เป็นขุย

ยังมีลูกสะกดบางอย่างที่นิยมเอาทองชนวนที่เหลือจากการเทพระกริ่งหรือพระชัยวัฒน์มากล่อมทำเป็นลูกสะกด เพราะทองชนวนเหล่านั้นได้ผสมจากวัสดุอาถรรพณ์และวัสดุมงคลต่าง ๆ กับได้ผ่านการลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกมาอย่างดีแล้วเรียกว่า “เป็นของทนสิทธิ์” คือมีดีอยู่ในตัวแล้วนั่นเอง เมื่อนำเอามากล่อมทำลูกสะกดก็ย่อมจะใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้ดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน

อานุภาพแห่งลูกสะกดนั้นพระอาจารย์ท่านทั้งหลายได้มุ่งหมายให้ใช้ทางมหาอุดและคงกระพันชาตรีด้วย สำเร็จขึ้นจากการหล่อหลอมโลหะและเตโชธาตุหรือแม้จะทำด้วยผงหรือว่านนั้นก็ดี

เมื่อท่านได้รู้จักสะกดกันแล้วก็จะขอบอกเคล็ดลับการใช้ลูกสะกดเพื่อให้สมบูรณ์ ท่านจะได้นำไปใช้กันได้ ถูกต้องดังนั้นจะมีคาถาอาราธนาลูกสะกดดังนี้

คาถาอาราธนาลูกสะกด

อิติพันธะเกษามะอะอุ พันธะโลมาจะภะกะสะพันธะนักขามะนะนพะทะ พันธะทันตากระมะถะ พันธะตะ โจอิสวาสุ พันธะนังสังจิปีเสดิ พันธนะหะรูหะรูสุวิสังอะ พันธะอัฐิทุสะมะนิ พันธะอัตถิมินชังนะสังสิโม พันธะวักกังปะวะอะปะ ทิมะสังอังขุ นะมะอะอุ นะมามิหัง สิทธิเตชัง สิทธิวาจัง กายะพันธะนัง องคะพันนธะนัง สารพัดสิทธิ ภะวันตุเมฯ

คาถานี้ให้ตั้งนะโมฯ 3 จบก่อนแล้วยกลูกสะกดขึ้นจดเหนือหน้าผาก จึงค่อยภาวนาพระคาถาให้จบบท สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วผ่อนออก และเมื่อเวลาจะคาดเข้าเอวให้ภาวะนาพระคาถานี้จนกว่าจะผูกเงื่อนเสร็จให้ภาวนาดังนี้ “อิมังกะยะพันธะนังอธิษฐานมินะมะพะทะ”

มีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืม เวลาคาดเอวให้ผูกเงื่อนพิรอด อย่าไปผูกเงื่อนตายเข้าแล้วกันเพราะเงื่อนพิรอดนั้นเป็นมงคลแถมยังแก้ง่ายด้วย ส่วนเงื่อนตายไม่เป็นมงคลแล้วยังแก้ยากอีกด้วย คงจะเห็นแล้วว่าลูกสะกดมีคุณค่าเพราะเป็นของศักดิ์สิทธิ์และสร้างได้ยากเย็นและต้องใช้ความพยายามอย่าง
สูง ดังนั้นท่านผู้อ่านควรรีบขบวนขวายหาเอาไว้เสียเพราะต่อไปจะหาได้ยาก

ข้อมูลจาก อิทธิปาฎิหาริย์พระเครื่อง ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้