ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  
                           

" เสมา ตัด " ยอดขุนพล แห่ง เมือง ชากังราว

              แผ่นดินทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำปิงมีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่มีชื่อเรียกในศิลาจารึกสุโขทัยว่า เมืองนครชุม  ปัจจุบันเหลือแต่กำแพงเมืองอยู่เพียงบางส่วน บางตอนได้ถูกกระแสน้ำเซาะพังทลายไป เมืองโบราณในสมัยสุโขทัยนี้สร้างประมาณ พ.ศ. 1800 – 1900  เมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ตรงข้ามคนละฟากแม่น้ำ อยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร  ลักษณะทางศิลปกรรมต่างๆ เป็นแบบอย่างเดียวกันกับที่เมืองสุโขทัยศรีสัชนาลัย และพิษณุโลก  ซึ่งเป็นเมืองในยุคเดียวกัน  และคงมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง รองลงมาจากเมืองศรีสัชนาลัย  พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเรียกชื่อเมืองกำแพงเพชรนี้ว่า เมือง “ชากังราว” เช่นเดียวกับที่เรียกเมืองศรีสัชนาลัย ว่า เมือง “สวรรคโลก”


              เมือง " ชากังราว " เป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปตามทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง  ด้านนอกขุดคูน้ำล้อมรอบไว้จำนวนสองชั้น  กำแพงเมืองตอนล่างเป็นดิน  แล้วก่อศิลาแลงมีความสูงขึ้นไปอีกประมาณสามเมตร บนสุดสร้างเป็นเชิง  เทินแบบมีใบเสมา  มีประตูเข้าออกหลายประตู  อีกทั้งป้อมอีกหลายป้อมสำหรับไว้รักษาเมือง  คันกำแพงด้านทิศตะวันตกยาว 220 เมตร  ด้านทิศตะวันออกยาว 540 เมตร ด้านทิศเหนือยาว 2,403 เมตร  และด้านทิศใต้ยาว 2,150 เมตร เมืองกำแพงเพชรนี้  เป็นเมืองที่กว้างใหญ่  มีสถาปัตยกรรมแบบต่างๆ เป็นจำนวนมาก  มีวัดต่างๆ ร่วม 20 วัด  นิยมสร้างวัดไว้ในเมืองตอนหนึ่ง  และอีกตอนหนึ่งสร้างไว้นอกเมือง


              สภาพเดิมของเมืองเก่า กำแพงเพชร ก่อนที่กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจขุดแต่ง และบูรณะโบราณวัตถุสถานในเมืองนี้  เพื่อเป็นที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลป และวัฒนธรรม  สภาพของเดิมภายในกำแพงเมืองและนอกกำแพงเมืองปรากฏว่ารกร้างทุกแห่ง  ได้มีคนร้ายลักลอบขุดค้น  และได้โบราณวัตถุต่างๆไปเป็นจำนวนมาก  จนกล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ภายในวัดโบราณทั้งภายในและภายนอกกำแพงเมืองกำแพงเพชรถูกลักขุดแทบทุกแห่ง  
มีอยู่วัดหนึ่ง  เป็นวัดที่มีพระที่ถูกขุดพบอยู่พิมพ์หนึ่ง  ของจังหวัดกำแพงเพชร  ถือเป็นอันดับหนึ่งพระเนื้อชินยอดนิยม  ตระกูลยอดขุนพล  ของนักนิยมสะสมพระเครื่อง  คือ “พระยอดขุนพล เสมาตัด”  ของกรุวัดอาวาสน้อย

              “วัดอาวาสน้อย” ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดอาวาสใหญ่ ห่างกันประมาณ 500 เมตร จากทางแยกถนนสายกำแพงเพชร-สุโขทัย  ที่อยู่ตรงข้ามกับวัดอาวาสใหญ่ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก มีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่  โดยเฉพาะฐานใหญ่อันเป็นที่ตั้งของวิหาร นับว่าฐานนี้มีความยาวมากที่สุดในบรรดาสิ่งก่อสร้างในเมืองกำแพงเพชร บนฐานนี้เป็นที่ตั้งของวิหาร  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ประธานหนึ่งองค์ ภายในวิหารมีแท่นพระ ซึ่งแต่เดิมเป็นแท่นพระประธาน เมื่อ พ.ศ. 2499  กรมศิลปากรขุดค้นในพระเจดีย์ศิลาแลงบนฐานวิหารใหญ่  ได้พบพระพุทธรูปต่างสมัยรวมกันอยู่มากมาย  พร้อมพระเครื่องจำนวนมากอีกหลายสิบพิมพ์

              พระยอดขุนพล เสมาตัด ของ กรุ วัดอาวาสน้อย เป็นพระเนื้อขินเงิน รูปทรงห้าเหลี่ยม จัดเป็นยอดขุนพลแบบครบสูตร 4 ประการ คือ

              1.) องค์พระประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ลักษณะคล้ายๆกับตัดใบเสมา ที่ประดิษฐานอยู่หน้าโบสถ์ จึงเป็นชื่อเรียกชื่อพิมพ์ “เสมาตัด” ลักษณะของซุ้มเหนือจากเสาซุ้มที่รองรับจากฐานทั้งสองข้างขึ้นไป  บริเวณหัวเสา  มีลวดลายกนกประดับอยู่สองข้าง  และยอดบนสุดตรงกึ่งกลางมีกนกหัวซุ้มสวยงาม  พร้อมมีรัศมีขีดตรงเล็กๆ ประดับอยู่ในกรอบซุ้ม

              2.) พระเกตุสวมมงกุฎลักษณะทรงเทริดขนนก ด้านบนพระมงกุฎลักษณะคล้ายปิ่นแบบแนวตั้งจำนวน 5 ปีก

              3.) องค์พระประทับนั่งอยู่บนฐานบัวเล็บช้างจำนวน 5 ดอก มีดอกใหญ่อยู่ 3 ดอก และดอกเล็ก 2 ดอกวางซ้อนระหว่างกึ่งกลางทั้งสอง

              4.) องค์พระประทับนั่ง “ปางมารวิชัย” นับเป็นปางสุดท้ายขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก่อนที่จะทรงสามารถบรรลุสัมโพธิญาณตรัสรู้  พระองค์ทรงขึ้นประทับบนรัตนบัลลังก์แก้ว  ตั้งพระทัยมั่นหมายพระสัพพัญญุตญาณ  ขณะนั้นพญามาร  ระดมเหล่าพลมารพร้อมสรรพวุธ  และสรรพาหนะ  ทรงช้างคีรีเมขล์ เนรมิตถึงพันมือ  ถือสรรพวุธเข้าล้อม กล่าวว่า “บัลลังก์แก้วนี้เป็นของตน ให้ลงเพราะท่านเป็นคนไม่มีบุญไม่ควรจะนั่ง” ทันทีนั้นพระแม่ธรณีปรากฏตัว  กล่าวแก่พญามารว่า “พระมหาบุรุษเจ้าได้ทรงบำเพ็ญกุศลมาแล้วมากมายเหลือที่จะนับ  แม้เพียงน้ำกรวดที่ข้าพเจ้าเอามวยผมรองรับไว้บนพระเศียร  มีมากพอที่จะถือเป็นพยานหลักฐานได้”  พระแม่ธรณีก็บิดมวยผม บีบเอาน้ำกรวดที่เคยสะสมไว้แต่เอนกชาติด้วยพลังและปริมาณน้ำจำนวนมหาศาล ได้ซัดช้างคีรีเมขล์ ถอยร่นไปถึงขอบจักรวาล  ท่วมกองทัพมารเสียสิ้น พญามารก็ประนมพระหัตถ์ถวายนมัสการยอมพ่ายแพ้  ปางนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปางสดุ้งมาร” หมายถึง พระองค์ทรงกระทำให้เหล่ามารสดุ้งกลัว

              พระยอดขุนพลพิมพ์นี้ วงการพระบางท่านเรียกขานว่า “เสมาตัด แห่ง ชากังราว” ที่พบนั้นจะปรากฏมีเนื้อชินเงิน เนื้อดิน และเนื้อว่าน บางองค์มีหน้าทองติดหน้าอยู่ มีทั้งพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก ซึ่งมีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย  มีการขุดพบพระพิมพ์นี้ได้อีกหลายกรุ เช่น กรุวัดบรมธาตุ และบริเวณลานทุ่งเศรษฐี พระที่ขุดพบในกรุจำนวนมากจะมีสภาพปานกลาง  ผุกร่อน  โดยส่วนมากทั่วองค์พระผิวจะดำคล้ำ เกิดจากรอยรานและระเบิดมาก  ส่วนน้อยเท่านั้นที่จัดว่าเป็นพระสวยงาม  สภาพเทหล่อจากแม่พิมพ์เดิมที่ติดลึกคมชัดพอควร พร้อมมีคราบปรอทขาวแวววับดั่งองค์พระในภาพนี้  ที่เป็นพระพิมพ์ใหญ่  ด้านหลังพระเป็นลายผ้า  มีผิวปรอทขาวประปรายทั่วหลังพระ  และมีฝ้ากรุราดำ 

              นักเลงพระจัดให้อยู่ในประเภทพระประจำกายของ “ชายอกสามศอก” ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่โตพอควร ก็สามารถบูชาขึ้นคอได้ ขนาดองค์พระ กว้าง 3.8 ซ.ม. สูง 6.3 ซ.ม. สนนราคาเช่าหา สภาพปานกลางหลักหมื่นกลางถึงหมื่นปลาย สภาพสวยงามสมบูรณ์ ราคาสูงขึ้น หลักแสนต้น ถึงแสนปลาย

              พระยอดขุนพลกรุนี้ พุทธคุณแสดงออกทางด้านคงกระพันชาตรี ถือเป็นสุดยอดของความมีมหาอำนาจ โบราณกาลใช้ในการออกรบของเหล่าทหารหาญ  แต่ก็มีบางท่านบูชาแล้วเกิดใช้ได้ดี  สำเร็จผลทางทำมาค้าขายด้วย  ก็ต้องถือว่า สมกับสมัญญานาม พระแห่งเมืองทุ่งเศรษฐี ของกำแพงเพชร นั่นเอง

ภาพพระทุกภาพ สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 
ส่งเสริมการอนุรักษ์ " พระกรุ " ศิลปะ วัตถุโบราณไทย อันทรงค่า 
ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ โทร. 089-830-0469