ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(webpage) 200981_55956.gif

พระสมเด็จปัญจสิริ (2)

สมเด็จสายรุ้ง กรุเจดีย์ทอง วัดพระแก้ว

 เป็นพระสมเด็จที่เจ้ากรมท่า หรือเรียกให้เต็มว่า เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) เสนาบดีกรมพระคลัง สมัยรัชกาลที่ 4-5 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2411 ท่านเจ้าคุณกรมท่ายกย่องนับถือในเกียรติคุณของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านมีถิ่นกำเนิดอยู่ใกล้วัดระฆัง 
ประวัติบ่งว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต เป็นประธานสงฆ์ในการทำพิธีพุทธาภิเษกพระสมเด็จชุดเบญจรงค์ ซึ่งเจ้าคุณกรมท่า และกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญสถานมงคล (พระโอรสในสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ) ซึ่งเป็นอุปราชวังหน้าองค์สุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นผู้สร้างขึ้น เป็นพิธีหลวง ณ วัดบวรสถานสุทธาวาส (อยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติปัจจุบัน) มีสุดยอดพระเกจิอาจารย์ในยุคนั้นร่วมพิธีพุทธาภิเษกถึง 108 รูป    
สมเด็จรุ่นนี้มีมากมายหลายสิบพิมพ์ เช่นพิมพ์ใหญ่ 3 ชั้น พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์วัดเกตุไชโย พิมพ์พระพรหมรังสี พิมพ์นางพญา พิมพ์พระแก้วมรกต พิมพ์ปิดตา พิมพ์สังกัจจาย พิมพ์ลีลา พิมพ์นาคปรก พิมพ์สมาธิเรือนแก้วซุ้มรัศมี พิมพ์พระรอด พิมพ์ซุ้มกอ   มีทั้งเนื้อกังไสผงดินสีขาวจากมณฑลกังไส แตกลายงาและไม่แตกลายงา   โรยทองและไม่โรยทอง    ทั้งลงรักโรยทองและลงชาดก็มี สีเบญจรงค์(5สี) สีเขียวไข่กา สีด้านมะลิสด สีแดง สีดินสอเหลืองผสมชาดหรดาล สีดำ(ผงใบลานคลุกรัก) เป็นต้น
พระสมเด็จชุดนี้ถือว่างดงามที่สุด และสร้างอย่างประรีตบรรจงที่สุด   เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็แจกจ่ายแก่เจ้านายชั้นสูง เชื้อพระวงศ์ระดับสูง เจ้าสัวเศรษฐีทั้งหลาย ที่เหลือก็ใส่ไหบรรจุไว้บนหลังคาพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสส่วนหนึ่ง   ในเจดีย์ทองรอบวัดพระแก้วมรกตส่วนหนึ่ง วัดระฆังส่วนหนึ่ง 
พระเครื่องชุดนี้โด่งดังครั้งแรกเมื่อเกิดลงห่าลงกินเมือง (อหิวาตกโรค) ผู้ที่มีสมเด็จเบญจรงค์ได้นำมาอธิษฐานทำน้ำมนต์กินก็สามารถระงับอาการป่วยได้   ก็เลยทำตาม ๆ กัน จนโรคห่าสงบ   ชาวบ้านจึงเลื่อมใสกันมาก ต่างแสวงหากัน   แต่ก็หาไมได้ เพราะท่านนำไปบรรจุในกรุเจดีย์ต่าง ๆ หมดแล้ว   กรุเจดีย์ที่วัดระฆังก็ถูกน้ำเซาะตลิ่งพังจมลงในแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหลืออยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปัจจุบัน และที่เจดีย์ทองวัดพระแก้ว 
ต่อมาเมื่อมีการบูรณะวัดบวรสถานมงคลที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ   (พ.ศ.2514) ก็พบไหบรรจุพระสมเด็จบนเพดาน คนงานที่รื้อเพดานก็ลักลอบนำออกมาส่วนหนึ่ง   แต่สมเด็จที่พบบนเพดานวัดบวรสถานมงคล เป็นพระสีน้ำหมาก มีโรยทอง สีสันงดงามมาก บางองค์ก็มีทองมาก บางองค์ก็มีทองน้อย   ทองคำนี้บรรดาร้านทองในยุคนั้นได้นำเศษทองที่เกิดจากตะไบใส่กระป๋องมาถวายกรมพระราชวังบวร ท่านจึงนำมาโรยบนองค์พระฝังลึกลงในเนื้อ บางองค์ก็มีพระธาตุสีขาวองค์เล็ก ๆ ประดับอยู่   แต่เซียนพระเห็นแล้วไม่ได้ส่งเสริมกัน เพราะมีจำนวนมากเกินสำหรับการตลาด จึงกล่าวกันว่า พระที่เขาไม่เล่นกัน คือไม่มีราคานั่นเอง     ต่อมาคนที่ได้ไปครอบครองประสบความเจริญรุ่งเรืองก็พากันแสวงหา แต่มักอยู่ในครอบครองเจ้านายทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้าวานิชระดับสูงเท่านั้น
ส่วนพระสมเด็จสายรุ้งที่สร้างพร้อม ๆ กัน มาจากกรุเจดีย์ทองวัดพระแก้วมรกต ก็แตกกรุคราวซ่อมแซมวัดพระแก้วมรกต คนงานแอบนำออกมาเร่ขายแถวท่าพระจันทร์ ในราคาองค์ละ30-40 บาท 
พระสมเด็จที่ผมยกย่องที่สุดคือพระสายรุ้ง เพราะมาจากเจดีย์ทองวัดพระแก้ว วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มีเทวดาอารักษ์ผู้ยิ่งใหญ่มากมายสถิตอยู่เพื่อช่วยบำรุงรักษาบ้านเมืองให้รอดพ้นภัยอันตราย และเป็นวัดที่ประกอบพิธีพุทธาภิเษกระดับชาติบ่อยที่สุด   ดังนั้นพระชุดนี้ต้องเต็มเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล ให้คุณวิเศษแก่ผู้ครอบครองอย่างยิ่งยวด   แต่ อย่าคิดเอาไปเกร็งกำไรนะครับ เพราะตลาดพระเครื่องเขาไม่นิยมเล่นกัน ถ้าเอาไว้คุ้มครองป้องกันตัวแล้วรีบ ๆ แสวงหากันเถอะ   ใครได้ไว้ถือว่าโชคดีที่สุดในชีวิต พอ ๆ กับได้เหล็กไหลไพลดำมาครอบครองเสียอีก
 
แต่ความจริงแล้ว ราคาพระเครื่องจะขึ้นหรือลงอยู่กับวงการพุทธพานิชย์ให้ความสนใจหรือไม่   ถ้าเขาสนใจเขาก็หาทางปั่นราคาให้มันสูงขึ้น    แต่ถ้าเขาไม่สนใจ แม้จะศักดิ์สิทธิ์เหมือนเหล็กไหล ก็หามีราคาค่างวดอันใดไม่   มันขึ้นอยู่กับว่า ใคร หาพระเครื่องเพื่ออะไร ต่างหาก
 
อ่านต่อ คลิกที่นี่
 
 ข้อมูลจาก สันยาสี ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้
 
www.amuletsale4u.com

 

(webpage) 200981_55956.gif