ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(webpage) 200981_55956.gif

พญาเต่าเรือน เครื่องรางแห่งโชคลาภและความอยู่เย็นเป็นสุข

 


       เครื่องรางของขลังในไทยเราหลายๆอย่าง มักเอามาจากคติทางพระพุทธศาสนา บางอย่างนั้นเป็นรูปคน บางอย่างเป็นรูปสัตว์ ที่แตกต่างกันนั้นก็เนื่องจากว่าเอามาจากพระชาดกทศชาติเรื่องไหนเท่านั้น

       เครื่องรางอย่างหนึ่งที่คนไทยเราคุ้นตากันเป็นอย่างดี และนำมาจากเรื่องราวตำนานพระเจ้า ๕๐๐ ชาติ ก็คือ “พญาเต่าเรือน” เครื่องรางที่เรียกว่า พญาเต่าเรือน นี้   นับเป็นเครื่องรางที่เก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะจากการศึกษานั้นพบว่า เครื่องรางประเภทพญาเต่าเรือนนั้น มีทั้งยันต์ มีทั้งการหาซากเต่าที่แห้งตาย รวมไปถึงการสร้างพญาเต่าเรือนจากวัสดุต่างๆ ลงอาคมจนมีความขลังศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้น บางคณาจารย์มีการปลุกเสกจนกระทั่งหุ่นพญาเต่าเรือนสามารถเดินคืบคลานได้อย่างน่าอัศจรรย์

       ศาสตร์การสร้างพญาเต่าเรือนนั้นกล่าวว่า แต่เดิมมีตำนานว่าพระพุทธเจ้าทรงเสวยชาติเป็นพญาเต่ามีร่างกายใหญ่มาก เท่าเรือนคนอยู่ จำศีลอยู่ในเกาะแห่งหนึ่งมีอายุยืนนานมานับร้อยๆ ปี จนมาวันหนึ่งมีผู้คนเดินเรือสำเภาเพื่อไปทำการค้าขาย แต่เกิดพายุฝนอย่างหนักทำให้เรือแตกเสียหาย ผู้คนเหล่านั้นติดอยู่บนเกาะแห่งนี้เป็นเวลานาน จนกระทั่งอาหารบนเกาะมีน้อยลง ต่อมาด้วยความอดอยากทำให้คนบนเกาะหันมาฆ่ากันเพื่อเอาเนื้อหนังของอีกฝ่ายมาประทังชีวิต พญาเต่าเรือนโพธิ์สัตว์ได้เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด เกิดความสลดสังเวชใจ และจิตก็ปรารถนาจะช่วยเหลือเพื่อสืบสานบารมีแห่งพระโพธิญาณ พญาเต่าเรือนจึงกล่าวแก่คนทั้งหลายว่า อย่าทำบาปแก่กันและกันเลย ตนจะขอสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อเป็นอาหารแก่ท่านทั้งหลาย เมื่อกล่าวดังนั้นแล้ว พญาเต่าเรือนจึงไต่ขึ้นไปบนยอดเขา จากนั้นทำการกลิ้งตัวเองลงมาทำให้กระดองที่หุ้มตัวแตกออก เนื้อหนังฉีกเป็นชิ้นๆและสิ้นใจลง และยังได้นำเอากระดองของพญาเต่าเรือนที่มีขนาดใหญ่มากมาทำเป็นเรือเดินทางในทะเลจนกระทั่งกลับถึงบ้านไปพบหน้าลูกเมียของตนได้ ชาวเรือเหล่านั้นได้ระลึกถึงพระคุณของพญาเต่าเรือนจึงได้วาดภาพ แล้วสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล

       จากเรื่องราวตามตำนานดังนี้ทำให้ในกาลต่อมามีการคิดประดิษฐ์เลขยันต์คาถาอาคมเครื่องรางของขลังในลักษณะของเต่าเรือนเรื่อยมา ด้วยเชื่อกันว่าทำให้ทำมาค้าขายดี

       การบูชาพญาเต่าเรือนนั้นท่านว่าให้จุดธูป ๓ ดอก แล้วระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในจักรวาล และในชาติหนึ่งขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์เคยเสวยชาติเป็นพญาเต่าเรือน ได้สละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อเป็นทานแก่สัตว์ผู้ยาก เป็นพระโพธิสัตว์องค์ประเสริฐด้วยบารมีอันยิ่ง ยากที่ผู้ใดจะสามารถเสียสละดังนี้ได้ จึงนับเป็นมหากุศลน้อมนำมาเป็นบุญบารมีเพื่อความสุขความเจริญในชีวิตของเราได้ เมื่อได้อธิษฐานจิตดังนี้แล้ว เชื่อว่าจะบังเกิดความสุขความเจริญทำมาค้าขายดี

       สำหรับการตั้งบูชาพญาเต่าเรือนนั้น ท่านว่าให้ตั้งไว้สูงกว่าเทพยดาทั่วๆ ไป เพราะพญาเต่าเรือนเป็นพระโพธิสัตว์และเป็นชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า แต่ต้องต่ำกว่าพระพุทธรูป การบูชานั้นหลายๆที่มักนำน้ำมาหล่อเอาไว้ พร้อมทั้งมีผักบุ้งลอยเอาไว้ หรือดอกมะลิ กลีบกุหลาบลอยไว้ด้วย คอยเติมน้ำให้เต็มเสมอๆ เพราะเชื่อกันว่า หากน้ำลดจะทำให้โชคลาภหดเหือดหายตามไปด้วย และต้องทำน้ำให้สะอาดเสมอๆ จะได้มีความสดใสและชุ่มเย็นในชีวิต ถ้าเป็นพญาเต่าเรือนขนาดเล็ก บางคนถือเคล็ดเอาไว้ในที่เก็บเงิน หรือตั้งไว้ที่ตู้เซฟ ส่วนคาถาบูชานั้นท่านว่ามีหลายคาถาด้วยกัน แต่ที่นิยมใช้คือ หัวใจพญาเต่าเรือน ท่องว่า“นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ” เป็นพระคาถาที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก และจากพระคาถานี้ ครูบาอาจารย์นำมาเขียนลงในช่องตารางที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่า เติมหัวเติมหางลงไป จนเป็นภาพเต่าขึ้นมา ถือกันว่าเป็นพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ติดไว้กับบ้านก็ทำให้ร่มเย็นเป็นสุข ติดไว้กับร้านค้าก็ค้าขายดีมีกำไร หากติดตัวเอาไว้เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม นอกจากนี้ยังมีการทำรูปยันต์เป็นพญาเต่าเรือนน้อยเต่าเรือนใหญ่ ที่มีอานุภาพในการระงับคดีความ ซึ่งครูบาอาจารย์เล่าว่าหากเกิดคดีความอันเป็นการใส่ร้ายป้ายสี ให้ทำการท่องพระคาถาพญาเต่าเรือนและบูชาพญาเต่าเรือน โทษทัณฑ์ที่มีอยู่ คดีความที่กำลังเป็นปัญหา ก็จะสูญสิ้นไปเป็นอัศจรรย์

       และด้วยอานุภาพนี้ จึงเรียกพญาเต่าเรือนอีกนัยหนึ่งว่า พญาเต่าเลือน ซึ่งหมายถึง การลบเลือนคดีความที่มีอยู่นั่นเอง การทำวัตถุมงคลพญาเต่าเรือนก็จะทำการปั้นหุ่นทั้งจากดิน จากปูน หรือหล่อโลหะเป็นรูปเต่า ที่กระดองจะลงอักขระคาถาเอาไว้ รวมทั้งที่ใต้ท้องเต่าเรือนด้วย   ถ้าเป็นผง ครูบาอาจารย์จะหาว่านเต่านำโชค ซึ่งถือว่าเป็นว่านที่มีฤทธิ์ทั้งทางโชคลาภและคงกระพันในตัวมาเป็นมวลสารสำคัญ จากนั้นทำการปลุกเสกจนกระทั่งเต่าเรือนนั้นเคลื่อนตัวได้ ท่านว่าเต่าเรือนดังกล่าวจะมีอานุภาพทางเมตตามหานิยม และนำพาโชคลาภได้ดีที่สุด ครูบาอาจารย์บางท่านมีการใช้วิชาพญาเต่าเรือนอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกกันว่า วิชาพญาเต่าคำ นอกจากนี้ยังมีวิชาเต่าเงินเต่าทอง ซึ่งเป็นสายวิชาทางพญาเต่าเรือนด้วยกันทั้งสิ้น มีอานุภาพสำคัญทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม แต่ต้องมีพญาเต่าอยู่คู่กัน ตัวหนึ่งเป็นเต่าเงินตัวหนึ่งเป็นเต่าทอง ถือว่าเป็นของขลังประจำบ้านหรือร้านค้าได้อย่างดีอีกชนิดหนึ่งเช่นกัน การอาราธนาพญาเต่าเรือนนั้นผู้ที่พกพาหรือบูชาควรหมั่นทำการฝึกฝนสมาธิจิตด้วย เพราะหากทำสมาธิจิตดี ย่อมทำให้การท่องคาถาพญาเต่าเรือนมีความขลังความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ผู้ที่หมั่นฝึกภาวนาท่องพระคาถาพญาเต่าเรือนจนได้สมาธิจิตชั้นสูงนั้น ท่านว่าขนาดยื่นมือไปตบหัวเด็ก เด็กยังไม่โกรธเลย และแน่นอนว่าหากภาวนาคาถานี้เป็นอารมณ์ในใจเสมอๆ บุคคลผู้นั้นย่อมเป็นเมตตามหานิยมอย่างสูงส่ง และมีโชคลาภไม่ขาดสายโดยไม่ต้องสงสัยเลย เพราะหากใครก็ตามที่มีวัตถุมงคลพญาเต่าเรือนบูชาประกอบกับการท่องพระคาถาเป็นประจำเสมอๆ อยู่แล้ว ย่อมเกิดฤทธิ์ทางเมตตามหานิยมสูงส่งมีโชคลาภถึงขนาดที่ว่า ยาจกกลายเป็นเศรษฐีได้ เพราะเรื่องของอำนาจจิตผนวกกับอำนาจของคุณพระรัตนตรัยและคุณพระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือนนั้น ย่อมเป็นพลังงานที่มีอานุภาพมหาศาลสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตภูมิชีวิตของผู้ที่ศรัทธาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ทั้งนี้บุคคลผู้นั้นต้องมีศรัทธาอย่างแน่วแน่ในความศักดิ์สิทธิ์ถึงจะได้ผล


(webpage) 200981_55956.gif