ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ https://www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  
ค้นหาสินค้าในเว็บ
ประเภทสินค้า

http://file.siam2web.com/amuletsale4u/2017719_66271.jpg

รับแต่งรถคันโปรดของคุณ ให้เฉิดโฉมไฉไลกว่าเดิม

ที่นี่ที่เดียว บ้านรถแต่ง บริหารงานโดย

กวี จันทร

(เสี่ยเปิ้ลบ้านรถแต่งร้อยเอ็ด) 

 โทร.089-5770586

ประเภทสินค้า : เทวรูป » พระพิฆเนศวร ทรงประทับยืน No.013
พระพิฆเนศวร ทรงประทับยืน No.013
สถิติการชม : 797 ครั้ง
พระพิฆเนศวร ทรงประทับยืน No.013
พระพิฆเนศวร ทรงประทับยืน No.013

สภาพเดิมๆ สวยมากไม่มีซ่อม

 
ราคา 30,000.00 บาท   โทรติดต่อ 087-2233441 คุณกาญจน์ จันทร webmaster

บุคคลใดก็ตามที่มีความศรัทธายึดมั่นในองค์พระพิฆเนศวร์ กล่าวคำนมัสการว่า "นโม คเณศาย วิฆเนศวราย" ต่อเทวรูปผู้มีพระเศียรเป็นช้าง จิตน้อมระลึกถึงพระองค์ให้ช่วยคุ้มครองและประสิทธิ์ประสาทความสำเร็จในกิจการที่กระทำอย่างยึดมั่นในสัจจาธิษฐาน แล้วย่อมได้สิ่งที่ตนพึงปรารถนาเสมอ

พระพิฆเนศวร์ หรือ อีกพระนามหนึ่งว่า "คเณศ" เป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดูผู้ทรงพระนามเดิมว่า "คณปติ" เป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดูผู้ทรงพระนามเดิมว่า "คณปติ" เป็นพระโอรสของพระศิวะและพระอุมา มีลักษณะที่ปรากฏโดยทั่วไปคือ มีพระวรกายที่สมบูรณ์สีแดง มีงาข้างเดียว มีหนูเป็นพาหนะทรง ประชาชนในประเทศอินเดีย ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศธิเบต และจีน ต่างนับถือว่า พระองค์เป็นเทพแห่งศิลปศาสตร์ทั้งหลาย และสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคทั้งปวงยังผลสำเร็จให้บังเกิดแก่ผู้บูชา พระนามเดิมที่ว่า "คณปติ" หรือ "คณบดี" ในภาษาไทย มีความหมายว่า "ผู้เยี่ยมยอด" หรือผู้อยู่สูงสุดแห่งหมู่คณะก็ได้

คำว่า "คณปติ" เป็นชื่อที่ปรากฏในคัมภีร์ฤคเวท (ประมาณ 100-500 ปีก่อนพุทธกาล) ดังมีคำบูชาพระคณบดีองค์นี้ว่า "หริ โอม ศรีคณปตเย นม" และในกาลต่อมารู้จักกันในพระนามว่า "คเณศ" ซึ่งเป็นคำสนธิจาก "คณ" + "อีศ" เป็น "คเณศ" แปลว่า ผู้อยู่สูงสุดแห่งหมู่คณะ

ส่วนพระนามที่ประชาชนผู้นับถือพระองค์เรียกอีกพระนามหนึ่งคือ พระพิฆเนศวร์นั้น เนื่องจากศรัทธาที่ประสงค์ให้ได้รับความสำเร็จจากพระองค์ "พิฆเนศวร์" เป็นศัพท์ภาษาที่ถูกแปลงมาเป็นคำไทยแล้วจากคำสนธิที่ว่า วิฆน แปลงเป็น พิฆน + อิศวร เป็น "พิฆเนศวร์" โดยนัยนี้ พระพิฆเนศวร์จึงทรงเป็นเทพเจ้าผู้สามารถขจัดอุปสรรค อันเป็นสิ่งกีดขวางความสำเร็จทั้งปวงได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นพระผู้ประทานความสำเร็จให้แก่บุคคลผู้ทำพลีกรรมแด่พระองค์

ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2477 ซึ่งเป็นปีที่เปิดสอนวิชาการทางดนตรีและนาฏศิลป์ของโรงเรียนนาฏดุริยางค์ศาสตร์ คือ วิทยาลัยนาฏศิลปในปัจจุบัน มีรูปประติมากรรมแบบลอยตัวคือองค์พระพิฆเนศวร์องค์นี้ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าหันพระพักตร์เข้าหาตึกเรียนหลังแรก คือตึกอำนวยการปัจจุบันแต่ต่อมาได้ถูกย้ายให้หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก

สำหรับสาระน่ารู้เกี่ยวกับสาเหตุที่พระองค์มีเศียรเป็นช้างและมีงาเพียงข้างเดียวนั้น จะขอกล่าวไว้พอเป็นสังเขปดังนี้

เหตุที่พระพิฆเนศวร์มีพระเศียรเป็นช้าง ในเรื่องของไทยกล่าวว่า เทวกุมารองค์นี้เกิดมาเพื่อปราบอัปสรตนหนึ่ง ซึ่งทำผิดต้องจุติลงมาเกิดเป็นช้างน้ำชื่ออสุรภักดี ซึ่งทำความเดือดร้อนให้แก่สามโลกเป็นอันมาก แต่ก่อนไปปราบต้องทำพิธีโสกันต์ เมื่อเทพยดาทั้งน้อยใหญ่มาประชุมพร้อมกันแล้วยังขาดแต่พระนารายณ์องค์เดียว พระอินทร์จึงได้รับเทวโองการจากพระศิวะให้ใช้มหาสังข์ไปเป่าปลุกพระนารายณ์ ซึ่งกำลังบรรทมอยู่ ณ เกษียรสมุทร ครั้นพระนารายณ์แว่วเสียงสังข์ตื่นบรรทมแล้ว พระอินทร์ก็ทูลเรื่องให้ทรงทราบ พระนารายณ์ทรงเผลอตรัสด้วยความง่วงว่า “ลูกหัวหาย จะนอนหลับให้สบายก็ไม่ได้” ด้วยอำนาจวาจาสิทธิ์ เศียรของเทวกุมารก็ขาดหายไปทันที พระศิวะทรงใช้พระวิศวกรรมไปหาทั่วทุกสารทิศก็ไม่พบ ในที่สุดต้องใช้หัวช้างที่นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกมาต่อ พระกุมารจึงมีเศียรเป็นช้างด้วยเหตุนี้

นักปราชญ์ชาวอินเดียเชื่อกันว่า พระพิฆเนศวร์เป็นผู้รจนาคัมภีร์มหาภารตะจากวาจาของพระฤษีวยาส

เรื่องเกี่ยวกับการมีงาข้างเดียว จนได้รับขนานพระนามว่าเอกทันต์นั้น มีเรื่องเล่าว่าพราหมณ์รามปรศุผู้ได้รับพระราชทานขวานจากพระศิวะถือว่าเป็นศิษย์คนโปรดจะเข้าเฝ้าพระศิวะและพระอุมาบรรทมหลับ แต่ถูกขัดขวางโดยพระพิฆเนศวร์ผู้ทำหน้าที่เป็นนายทวารบาล และไม่เคยรู้จักกันมาก่อนห้ามมิให้เข้าเฝ้า ทั้งสองจึงต้องรบกัน ในที่สุดรามปรศุใช้ขวานขว้างถูกงาซ้ายของพระพิฆเนศวร์ขาด ส่วนรามปรศุถูกพระอุมาสาปให้หมดแรงเป็นท่อนไม้ เมื่อรามปรศุระลึกถึงพระนารายณ์ตามคำแนะนำของพระศิวะแล้ว จึงได้รับการช่วยเหลือให้พ้นคำสาป โดยพระนารายณ์แปลงเป็นพราหมณ์น้อยน่ารักมาพบพระอุมา และใช้อุบายทำให้รามปรศุมีพละกำลังดังเดิม เหตุร้ายทั้งหลายจึงยุติลงด้วยดีเรื่องพระพิฆเนศวร์เสียงาข้างซ้ายที่กล่าวมานี้เป็นที่มาของชุดรำที่มีชื่อคือฉุยฉายพราหมณ์ การแสดงตอนนี้เป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

พระพิฆเนศวร์มีหลายพระนาม เช่น เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทั่วไปและการได้รับขนานพระนามต่าง ๆ ก็มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระองค์เสมอ บางพระนามก็บ่งถึงลักษณะรูปร่างของพระองค์อย่างชัดเจน
        พระนามต่าง ๆ มีดังนี้
        คเณศ  (คณ+อีศ)  = ผู้เป็นใหญ่ในคณะเทพ
        คเณศวร์ (คณ+อิศวร) = ผู้เป็นใหญ่คณะเทพ

ส่วนพระนามที่มีความหมายเช่นเดียวกันนี้ ได้แก่ คณบดี คณกรีฑา คณนาถ คณนายก วิฆเนศ วิฆเนศวร พิฆเนศ พิฆเนศวร์ วิฆนนายก วิฆนบดี วิฆนราช (ผู้เป็นใหญ่เหนือความติดขัด)
        สิทธิธาดา (ผู้อำนวยความสำเร็จ)
        เอกทันต์ (ผู้มีงาเดียว)
        ทวิเทหก  (ผู้มีกายสองลอน)
        ลัมพกรรณ  (ผู้มีหูยาน)
        มโหทร  (ผู้มีท้องใหญ่)
        คชานน กริมุข คชมุข คชวัทน  (ผู้มีหน้าเป็นช้าง)
        มุสิกอาสน์  อขุรถ (ขี่หนู)

โดยทั่วไปสิ่งที่พระพิฆเนศวร์ทรงถือตามปกติก็ได้แก่ ขอช้าง บ่วงบาศ วชิราวุธ งาหัก เหล็กจาร เป็นต้น  ปฏิมากรบางคนสร้างรูปให้มี 4 กรบ้าง 8 กรบ้าง บางทีก็มีถึง 4 พักตร์ 20 กรก็มี ดังปรากฏในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะในประเทศอินเดียตอนใต้

        ที่มา : ครูจาตุรงค์ มนตรีศาสตร์ วารสารวังหน้า ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ประจำภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๔๑
 

บทอธิษฐานขอพรจากพระพิฆเนศวร(แบบย่อ)

       โอม ศรี คเนศวยะ นมะ (คเนศวยะ อ่านว่า คะเนศะวะยะ)

และอีกบทหนึ่งคือ โอม คะ ชา นะ นัม ภู ตะ คะ ณา ชิ เส วิ ตัม กะ ชิ ตะ ถะ ชัมพู ผะละ จารุภักษฌัม อุมาสุตัม โสกะวิศนาศะ นะมามิ วิฆเนศวะระ ปาทะ ปัมกะชัม

       แปลว่า ข้าพเจ้า..... ขอพร....จากองค์มหาพิฆเนศ ขอพระองค์โปรดเมตตาประสิทธิ์ประสาทพรอันศักดิ์สิทธิ์แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญฯ.

สิ่งของที่ควรแก่การบูชาพระพิฆเนศวร ได้แก่

1.ดอกไม้ เช่น ดอกดาวเรือง มะลิ ชบา ลีลาวดี กล้วยไม้

2. ผลไม้ เช่น กล้วย อ้อย มะพร้าว มะม่วง สับปะรด

3. ขนม เช่น ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว นม เนย

4. อื่นๆ เช่น หญ้าคา เมล็ดถั่ว เมล็ดงา และน้ำสะอาด

5. เครื่องหอม เช่น กำยาน พิมเสน

       สิ่งของเหล่านี้ควรจัดถวายอย่าให้ขาด หากไม่สะดวกก็ควรจัดถวายตามโอกาสอันควร

(นำมาจากข้อเขียนของคุณเขมณัฏฐ์ หล่อศรีศุภชัย ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้)

       หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงเกิดประโยชน์สำหรับท่านที่ต้องการศึกษาเรื่องราวของพระพิฆเนศวร์ได้ไม่มากก็น้อย

       สำหรับพระพิฆเนศวร์องค์นี้ มีศิลปะเขมรแบบบาปวน โดยกำหนดชื่อศิลปะตามชื่อปราสาทบาปวน ศาสนสถานที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 มีอายุอยู่ในช่วงราว พ.ศ.1560-1630 องค์ที่นำมาให้เช่าบูชานี้ เนื้อสำริดสนิมหยกเก่าแก่ หล่อตันทั้งองค์ สภาพเดิมๆ ขนาดความสูงรวมฐานที่ทำจากไม้ ความสูงรวมทั้งหมด 24 นิ้ว เป็นของสะสมของผมเองตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ท่านใดสนใจ โทร.ติดต่อขอเช่าบูชากันได้ครับ 

อนึ่ง เพื่อความชัดเจนในการชมภาพวัตถุมงคลชิ้นนี้ สำหรับท่านที่เข้าชมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถคลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขยาย แล้วกดปุ่ม Ctrl+ เพื่อขยายภาพขึ้นอีกได้ถึง 200% หรือขนาดตามใจชอบ หรือลดขนาดภาพลง กด Ctrl- ส่วนท่านที่ใช้อุปกรณ์อื่นๆ เช่น มือถือหรือแทปเล็ต ให้แตะที่ภาพ แล้วคลี่ขยายภาพดูนะครับ

เพื่อสุนทรียรสในการชม กรุณาเปิดเสียงด้วย ขอบคุณครับ

ประทับยืนบนแผ่นสำริดมีเดือยทรงสี่เหลี่ยม เพื่อเสียบลงในช่องไม้ที่เจาะไว้ตั้งบูชาได้อย่างมั่นคงสวยงามมากครับ