ศูนย์พระเครื่องพระบูชาออนไลน์ www.amuletsale4u.com

 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  
ค้นหาสินค้าในเว็บ
ประเภทสินค้า

ถ้าอยากรู้ว่า เขาตรวจสอบพระเครื่องกันอย่างไร ขอแนะนำ หนังสือพระเครื่องสำหรับคนรุ่นใหม่ ในระบบไอที หรือ อีบุ้คส์(ebooks)

คลิกที่ภาพข้างล่างนี้ เข้าไปดูรายละเอียดได้เลย

พิมพ์ใหญ่

พิมพ์ทรงเจดีย์

พิมพ์เกศบัวตูม

พิมพ์ฐานแซม

บางขุนพรหม

หลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม

     ท่านสามารถเปิดอ่านได้ด้วย มือถือ แท็บเล็ต พีซี หรือ โน๊ตบุ้ค ภาพชัดเจนแจ่มแจ๋ว และขยายภาพขึ้นดูได้ถนัดตาทุกแง่มุม พร้อมคำอธิบาย ชี้จุดพิจารณาให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งไม่มีปิดบังซื้อครั้งเดียวดูได้ตลอดไป  ไม่มีวันหมดอายุ เชิญคลิกอ่านวิธีสั่งซื้อข้างล่างนี้

 1.อ่านวิธีสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 

                อ่านวิธีซื้อด้วยบัตรเครดิต 

                อ่านวิธีซื้อด้วยช่องทางอื่น

 2.อุปกรณ์ต่างๆที่รองรับมีอะไรบ้างคลิกที่นี่ 

 3.วิธีการอ่านebooks จาก iPad ของคุณ  

 4.อุปกรณ์ต่างๆที่รองรับการทำงาน 

หากสนใจ คลิกดูรายละเอียดได้ที่

โลโก้ ebooks ข้างล่างนี้

โปรดติดตาม คู่มือดูเหรียญยอดนิยม เล่ม1

เป็นเล่มต่อไป จะวางจำหน่ายเร็วๆนี้

WEBMASTER:กาญจน์ จันทร
 อดีตพนักงานธ.ก.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด
(เกษียณอายุ 1 ตุลาคม 2553)
บ้านพัก : อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
โทร : 087-2233441 (9.00-16.00 น.)
Email:karnjunthorn@gmail.com 

 

รับแต่งรถคันโปรดของคุณ ให้เฉิดโฉมไฉไลกว่าเดิม

ที่นี่ที่เดียว บ้านรถแต่ง บริหารงานโดย

กวี จันทร

(เสี่ยเปิ้ลบ้านรถแต่งร้อยเอ็ด) 

 โทร.089-5770586

GALLERYพระสมเด็จวัดระฆังฯ GALLERY1 เว็บมาสเตอร์
GALLERY2 เว็บมาสเตอร์ GALLERY3 เว็บมาสเตอร์
ชมพระบรมมหาราชวัง พุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบล
สาระน่ารู้ในวงการพระเครื่อง คลิปวิดีโอ พระบรมสารีริกธาตุ
มุตโตทัย(ฉบับรวม)

" อาหาร มันจะแก้หิวไม่ได้
ถ้าเราไม่รับประทาน

น้ำ จะแก้กระหายไม่ได้
ถ้าเราไม่ดื่ม

ธรรมะ ก็เหมือนกัน

ถ้าเราไม่เอามาปฏิบัติ
ธรรมะ ก็ช่วยเราไม่ได้

เรามีความสุขความเจริญ
ก็เพราะเราปฏิบัติธรรมะ

ธรรมะ จึงเป็นสิ่งจำเป็น
ยิ่งกว่าอาหาร
ยิ่งกว่าอากาศ
ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

เพราะ ธรรมะ
ทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์"
 
ปัญญา นันทภิกขุ(อ่านต่อ..)


คติธรรมคำสอน
ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


 
" การปฏิบัติธรรม
เป็นการทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
 
ทรงตรัสสอนเรื่องกายวาจาจิต
มิได้สอนเรื่องอื่น
 
ทรงสอนให้ปฎิบัติฝึกหัดจิตใจ
ให้เอาจิตพิจารณากาย เรียกว่า
กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

หัดสติให้มากในการค้นคว้า
เรียกว่า ธัมมวิจยะ
 
พิจารณาให้พอทีเดียว
เมื่อพิจารณาพอ
จนเป็นสติสัมโพชฌงค์
 
จิตจึงจะเป็นสมาธิรวมลงเอง
การประกอบความพากเพียร
ทำจิตให้ยิ่ง
 
เป็นการปฏิบัติตามคำสอน
 ของพระบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้า

ชีวิตที่มีความดี
อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่
 
แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่
ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

 ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือ
ชีวิตที่อยู่ด้วย
ทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืน

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
และแน่นอน "
 

 



  คนดีย่อมทำแต่กรรมดี 

 และคนไม่ดี ทำแต่กรรมไม่ดี 

 ทุกวันนี้ เราก็เห็นๆกันอยู่ คนดีหรือไม่ดี 

 คอยดูนะ..สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม 


ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้

คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี ฉันใด

ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี

แต่คนดีได้ เพราะปฏิบัติธรรม ก็ฉันนั้น

............

ผู้ถือเทียนไว้ในมือ แต่ไม่จุด

ย่อมไม่พบแสงสว่าง ฉันใด

ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรม

ย่อมไม่เกิดปัญญาจนรู้แจ้งเห็นจริง ก็ฉันนั้น

............


 

พระราชนิพนธ์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 6

อันผู้ใด ใฝ่ธรรม เป็นเนืองนิจ

และรู้จัก ข่มจิต ไม่ย่อหย่อน

ปฏิบัติ พรั่งพร้อม ดังครูสอน

คงไม่ต้อง อนาทร และร้อนใจ

ปราชญ์สรรเสริญ ว่าธรรม นั้นล้ำเลิศ

สุดประเสริฐ กว่าทรัพย์ ทั้งน้อยใหญ่

ธรรมคุ้ม ผู้ประพฤติ ธรรมไซร้

คงต้องได้ ผลงาม ตามตำรา

....................


" อันธรรมดาคนตาบอดหัวดื้อ

ย่อมปฏิเสธดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์

เพราะถือว่า ตัวเองมองไม่เห็น

แสดงว่าไม่มี

ส่วนคนดี มองเห็นดวงจันทร์ยามค่ำคืน

สุกสว่างเย็นตาเย็นใจ

ห็นดวงอาทิตย์สาดส่องแสงสว่าง

เจิดจ้าแจ่มใสอยู่ทุกวี่วัน

เหตุฉะนี้ ! เราจะเชื่อใครดี

ะหว่างคนตาบอดกับคนตาดี

เฉกเช่นเดียวกับเรื่องนรกสวรรค์

ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงรู้แจ้งแทงตลอดด้วยพระองค์เอง

ส่วนสามัญปุถุชนผู้มืดบอดด้วยอวิชชา

หลงติดในเหยื่อกามคุณ

มองไม่เห็นนรก-สวรรค์

เพราะตนเองไม่สามารถเห็นได้

จึงสรุปว่า นรก-สวรรค์ ไม่มี

การตัดสินเช่นนี้ ถูกหรือควร

ประการใดเล่า ท่านผู้เจริญ "

 

พระเครื่อง คืออะไร ?

เช่าพระเครื่อง บูชาพระเครื่อง 

 เป็นเรื่องงมงายหรือไม่ ?

 

"พระเครื่อง" หรือ "พระพิมพ์" นั้น จริงๆแล้วเกิดขึ้นมา ประมาณ 1,000 กว่าปี ร่วม 2,000 ปีแล้ว พระเครื่ององค์แรกๆนั้น จะเป็น"พระกริ่ง"หรือ"พระไภสัชยคุรุ" หรือ พระพุทธเจ้าหมอนั้นเอง แต่ในประเทศไทยนั้นเริ่มนิยมพระเครื่องกันในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการนำพระเครื่องมาแขวนคอหรือห้อยคอและพกติดตัวกันแล้ว ในปัจจุบัน คนไทยนิยมพระเครื่องกันมากและสร้างพระเครื่องกันมากเช่นกัน สำหรับผม มองว่าพระเครื่องไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระ

เช่าพระเครื่องบูชาพระเครื่อง เพราะอะไรนั้น จะได้กล่าวดังต่อไปนี้

เราสร้างและมี(สะสม)พระเครื่องเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขดังต่อไปนี้

1.สร้างพระเครื่องเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับผู้บริจาคทรัพย์ หรือสมทบทุนฯในโอกาสต่างๆ เช่น สร้างโบสถ์สร้างวิหารสร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณูปโภคต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสพภัยต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริจาคสามารถจับต้องและระลึกถึงผลบุญที่ทำในครั้งนั้นได้

2.สร้างพระเครื่องเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน ในการประกอบอาชีพที่สุจริต เช่น ตำรวจ ทหาร อาชีพที่ต้องเสี่ยงภัยต่างๆ ไม่เว้นแม้การเสี่ยงขาดทุน จากการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ

**** จาก ทั้ง 2 ข้อ จะเห็นว่า พระเครื่องมีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจจริงๆ

3.สร้างพระเครื่องไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา การสร้างพระเครื่องในลักษณะนี้มีมานานมาก ร่วม 1,000 ปี ก่อนหน้านี้แล้ว โดยการสร้างพระเครื่องจำนวนหนึ่ง(ส่วนใหญ่เป็นจำนวนเลขมงคล) เช่น 84,000 องค์ แล้วนำพระเครื่องหรือพระพิมพ์นั้นไปบรรจุไว้ในเจดีย์หรือใต้ฐานพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ่หรือใต้หลังคาอุโบสถ แล้วปล่อยไว้อย่างนั้น เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานๆหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี แล้วเกิดเหตุให้เจดีย์แตก(กรุแตก)หรือมีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ่หรือโบสถ์เก่าเกิดชำรุดทรุดโทรมเสียหาย เมื่อมีผู้คนมาพบเจอพระเครื่องที่เก็บไว้นั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องนำไปศึกษาหาที่มาที่ไปและเห็นคุณค่าว่าเป็นของเก่าของโบราณ ทำให้ผู้นั้นต้องรู้พระศาสนาต่อไปอีก จากผลของทั้ง 3 ข้อนั้น ทำให้ปัจจุบัน มีการเสาะแสวงหาพระเครื่องเก่าและพระเครื่องที่มีเจตนาการสร้างที่ดีมาครอบครองกัน

ทำไม!!! ต้องหามาครอบครองกันด้วย ทั้งๆที่บางองค์แพงมาก ราคาเช่าหาบูชาระดับ 10 ล้านบาท ในความคิดของผม สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า

1.พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่องนั้นๆท่านเก่ง เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านได้มรณภาพ(เสียชีวิต)ไปกว่า 100 - 600 ปี แล้ว และพระเครื่อง คือส่วนหนึ่งเพื่อให้ระลึกถึงท่าน

2.การสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสพภัยต่างๆ นั้น ใช่ว่าจะทำหรือเกิดขึ้นกันได้บ่อยๆ โบสถ์วิหารและสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในแต่ละวัดแต่ละที่ ใช่ว่าจะพังทรุดโทรมกันง่ายๆ อย่างน้อยๆ ก็กินเวลา 80 - 200 ปี กันเลยทีเดียว

3.ถ้ารักชอบพระเกจิอาจารย์ท่านใดก็เก็บของที่ท่านสร้างไว้เป็นที่ระลึก เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว ของที่ระลึกนั้นๆก็เป็นตัวแทนท่าน(จะไม่ยอมให้ซื้อ-ขายหรือเช่าบูชากันในราคาถูกๆเป็นแน่) หากหายหรือไม่มีแล้ว ก็เหมือนลืมท่าน(เป็นลูกศิษย์ซะเปล่า สมบัติชิ้นเล็กๆที่พระอาจารย์ให้ไว้ยังรักษาไม่ได้)

สรุปก็คือ พระเครื่องมีไว้เพื่อความสบายใจ เพื่อระลึกถึงสิ่งดีๆของตนที่ได้กระทำไว้นั้นเอง ไม่เห็นว่าการเช่าพระเครื่องหรือบูชาพระเครื่องจะเป็นเรื่องงมงาย หรือไร้สาระเลย

 

 

         


ประเภทสินค้า : พระพุทธรูปสมัยเก่า » พระเศรษฐีนวโกฎิ เนื้อสำริด No.063
พระเศรษฐีนวโกฎิ เนื้อสำริด No.063
สถิติการชม : 3,631 ครั้ง
พระเศรษฐีนวโกฎิ เนื้อสำริด No.063
พระเศรษฐีนวโกฎิ เนื้อสำริด No.063

พระยุคเก่า เนื้อสำริด ขนาดหน้าตัก 8 นิ้ว สูง 14 นิ้ว สภาพเดิมๆ สวยมาก ไม่มีซ่อม

 
  โทร.สอบถาม 087-2233441 คุณกาญจน์ จันทร

       พระเศรษฐีนวโกฎิ ปางสมาธิเพชร มีพระพักตร์ 9 พระพักตร์ เนื้อสำริดองค์นี้เป็นพระเก่าที่สะสมไว้นานแล้ว นำมาให้ท่านที่สนใจเช่าบูชา ท่านใดสนใจโทร.สอบถามได้

 อนึ่ง หากท่านต้องการชมภาพขยายใหญ่มากขึ้นกว่าที่แสดงไว้นี้ ท่านสามารถคลิกที่ View บนแถบเครื่องมือ Menu bar ซึ่งอยู่ช่วงบนวินโดว์ แล้วคลิกที่ Zoom เลือกขยายภาพขึ้นเป็น 125% , 150% หรือ 200% ตามใจชอบได้เลยครับ ลองทำดูนะครับ 

 

ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับพระเศรษฐีนวโกฎิ มาให้ศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้

พระเศรษฐีนวโกฎิ

       พระเศรษฐีนวโกฏิเป็นรูปเคารพแทนมหาเศรษฐีทั้ง 9 ท่านในสมัยพุทธกาล ท่านเหล่านี้เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์อเนกอนันต์ให้แก่พระพุทธศาสนา มีความมั่งคั่งในโภคทรัพย์อยู่ในระดับเดียวกับกษัตริย์ ทั้งยังเป็นสัมมาทิฏฐิ และยังเป็นพุทธอุปัฎฐาก([อุ-ปัด-ถาก, อุบ-ปัด-ถาก] (มค. อุปฏฺฐาก) น. ผู้บำรุง, ผู้ดูแล, ผู้รับใช้, (มักใช้สำหรับพระสงฆ์) เรียกเป็นสามัญว่า โยมอุปัฏฐาก, ถ้าเป็นหญิงใช้ว่า อุปัฏฐายิกา.])องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงยกย่องว่า ท่านเหล่านี้เป็นผู้เลิศในการทำทาน และเป็นยอดของมหาเศรษฐีทั้งปวง เศรษฐีทั้ง 9 นี้ได้แก่ 1.ธนัญชัยเศรษฐี 2.ท่านสุมะนะเศรษฐี 3. ท่านชะฏิละเศรษฐี 4. ท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี 5.ท่านเมณฑะกะเศรษฐี 6.ท่านโชติกะเศรษฐี 7.ท่านสุมังคะละเศรษฐี 8.ท่านวิสาขามหาอุบาสิกา (ไม่มีชื่อในคาถานี้) 9.พระเจ้ามันธาตุราช และในบทคาถานี้ มีพระเวสสันดรด้วย จึงรวมเป็น10 ผู้รู้ได้ถือเอาคตินี้มาสร้างเป็นพระนวโกฏิให้มีพระพักตร์ทั้งหมด 9 พระพักตร์ แทนใบหน้าของนวเศรษฐีทั้งเก้าในสมัยพุทธกาล เชื่อว่ามีคุณทางโชคลาภ อำนวยลาภสักการะ และความร่มเย็นเป็นสุขแก่ผู้เลื่อมใสบูชา

 

ประวัติ

       มหาเศรษฐีทั้ง 9 ท่านนี้ ล้วนสำเร็จเป็นพระอริยบุคคล ทั้งที่ดำรงเพศฆราวาสอยู่ ตามตำนานของชาวล้านนา สมัยหนึ่งเกิดทุกข์เข็ญ ทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อน บังเกิดความอดอยากขึ้น จึงมีพระภิกษุผู้เป็นอริยะรูปหนึ่ง ได้แนะนำให้สร้างพระเศรษฐีนวโกฏิขึ้น เพื่อทำการสักการบูชาแก้เคล็ดในความทุกข์ยากทั้งหลาย และเมื่อสร้างและทำการฉลองสำเร็จ ก็ปรากฏมีเหตุการณ์ปรากฏขึ้นเป็นอัศจรรย์คือ ความทุกข์ยากอดอยากทั้งหลาย ได้บรรเทาลงและสงบระงับในที่สุด จึงเป็นคติที่เชื่อถือของชาวล้านนาว่า ถ้าผู้ใดได้บูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จะมีสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น ประสบแต่โชคลาภ อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยอานิสงส์แห่งบารมีธรรมของเศรษฐีทั้ง 9 ท่าน

 

อานิสงส์การบูชา

       เชื่อว่าจะอำนวยลาภผลโภคทรัพย์ตามสมควร ปกปักรักษาให้บ้านเรือนร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง และป้องกันภยันตรายสิ่งไม่ดีไม่งามต่างๆ ปัจจุบันมีอยู่น้อยมากที่จะสร้างได้อย่างถูกต้องตามตำราดั้งเดิม.

คาถาบูชา

 

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วภาวนา

มาขะโย มาวะโย มัยหัง มาจะโกจิ อุปัททะโว
ธัญญะ ธารานิ ปะวัสสันตุ ธนัญชัย ยัสสะ ยะถาคะเร
สุวัณณานิ หิรัญญาจะ สัพพะโภคา จะ รัตตะนา
ปะวัสสันตุ เม เอวังคะเร สุมะนะ ชะฎิสัสสะ จะ
อะนาถะบิณฑิกะ เมทะ กัสสะ โชติกะ สุมังคะ สัสสะ จะ
มัณฑาตุ เวสสันตะ รัสสะ ปะวัสสันติ ยะถาคะเร
เอเตนะ สัจจะ วัชเชนะ สัพพะ สิทธิ ภะวัน ตุ เม

       เป็นคาถาบูชาพระเศรษฐีนวโกฎิที่จะช่วยบรรดาลให้ เกิดโชคลาภ สิริมงคล ท่านให้ภาวนาพระคาถานี้ บูชาเถิด ปรารถนา อธิษฐานเอาสิ่งใด จะได้สมดังความตั้งใจ หากทำการค้าขาย ก่อนเปิดร้าน ให้อาราธนาพระนวโกฎิ ด้วยพระคาถานี้ ครบ 3 จบ ด้วยใจมั่นแล จะค้าขายดี มีเงินทองมากมาย ไม่นานจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีแล

       และถ้ามีทุกข์ภัย ให้อาราธนาพระเศรษฐีนวโกฎินี้ ลงสรงน้ำ อาราธนาให้น้ำกลายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ สวดพระคาถานี้ 9 จบ เอาน้ำรด อาบ กิน ทุกข์จะโยก โศกจะหมด เคราะห์กรรม จะคลาย มลายสิ้นไป จะบันดาลความสุขสวัสดิ์ และโชคลาภมาให้

         เมื่อถึงวันเถลิงศก คือ วันที่ 15 เมษายน ของทุก ๆ ปี จึงให้จัดหาดอกไม้ขาว 9 กระทง เช่น ดอกมะลิ ข้าวตอก 9 กระทง อาหารคาว หวาน 9 อย่าง ธูป 9 ดอก เทียน 9 เล่ม จุดบูชา พระนวโกฎินี้ แล้วสวดคาถานี้ ให้ได้ 9 จบ นิมนต์พระเศรษฐีนวโกฎิสรงน้ำ ขออาราธนาทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ เอามาอาบกิน ประพรมบ้านเรือน สวนไร่นา บริวาร ทั้งหลาย จะอยู่เย็น เป็นสุข ตลอดทั้งปีแล

       คาถาพระนวโกฎิ ใครหมั่นอาราธนา พระนวโกฎินี้ ใครหมั่นอาราธนาพระเศรษฐีนวโกฏิ พร้อมสวดพระคาถาบูชาอยู่เป็นเนืองนิตย์ จะไม่รู้ยากจนเลย และหากยังมั่นคงใน ศีล 5หนักแน่นเท่าใด จะยิ่งบริบูรณ์ เพิ่มพูนขึ้นทุกวันแล

 

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 

ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

 

(webpage) 200981_55956.gif

พระธรรมเทศนาของสมเด็จพระสังฆราช


Online: 26 Visits: 12,555,190 Today: 4,586 PageView/Month: 256,235